อย่างไรก็ตามหากมองให้ดีจะพบว่า…
ลึกลงไปในแววตาของมู่หรงปิงนั้น ยังฉายถึงความตื่นเต้นไม่น้อย!
และที่นางรู้สึกตื่นเต้นก็เป็นเพราะว่า
ไม้ปัดฝุ่นในมือนาง เป็น 1 ใน 3 ศาสตราเซียนอมตะประจำนิกายของนาง! ไม้ปัดฝุ่นกวาดโลกา!
“ศาสตราเซียนอมตะนั่น…ไม่ธรรมดาจริงๆ”
ต้วนหลิงเทียนที่ตระหนักได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของมู่หรงปิง ก็หันไปมองกล่าวกับนาง
หากเป็นตอนปกติ มู่หรงปิงคงไม่สนใจจะพูดกับต้วนหลิงเทียนแน่นอน
ทว่าตอนนี้ด้วยความที่นางกำลังอารมณ์ดี จึงตอบกลับมาแทบจะทันทีว่า “นี่คือยอดสมบัติสวรรค์ประจำนิกายของข้าที่สูญหายไปหลายพันปี ไม้ปัดฝุ่นกวาดโลกา! มันต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว!”
“ยอดสมบัติสวรรค์ประจำนิกายเจ้า?”
ได้ยินคำของมู่หรงปิง ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหลวงจีนไร้กลิ่นอายชีวิตที่นั่งอยู่บนตั่งศิลาอีกครั้ง “เช่นนั้น…ที่ยอดสมบัติสวรรค์ประจำนิกายของเจ้าหายไปหลายพันปี ก็เป็นเพราะถูกยอดฝีมือของนิกายสราญรมย์ผู้นี้ช่วงชิงไป?”
ต้วนหลิงเทียนยังคงจดจำเรื่องที่ชายทั้ง 2 กล่าวบอกเขาในเมืองเฉวี่ยโยวได้ชัดเจน
โลกใบเล็กแห่งนี้ดูเหมือนจูกสร้างไว้นานหลายพันปีแล้ว
คราวนี้มู่หรงปิงเพียงมองต้วนหลิงเทียนแต่ไม่ตอบอะไรกลับมา
แต่ต้วนหลิงเทียนก็เสมือนได้รับคำตอบจากสายตามู่หรงปิงชัดเจน
เขาจึงตระหนักได้ว่า