เรื่องที่เขาถามออกไป ก็ไม่ต่างอะไรกับเทเกลือลงบาดแผลของนาง เพราะนี่สมควรเป็นเรื่องอัปยศในนิกายที่นางไม่อยากเอ่ยถึง…
“แต่ไม่ใช่ว่ามันเป็นยอดฝีมือขอบเขตเซียนหวางหรือไร ไฉนจึงมาตายที่นี่?”
ต้วนหลิงเทียนถามออกมาด้วยความสงสัย
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะไม่เคยพบเจอตัวตนขอบเขตพลังเซียนหวางในระนาบเทวโลก แต่เขารู้ดีว่าตัวตนระดับนี้ก็นับว่าทรงพลังอย่างยิ่งในระนาบเทวโลก เช่นนั้นไม่น่าจะถูกผู้คนธรรมดาฆ่าตายได้ง่ายๆ
อย่างไรก็ตามได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียน มู่หรงปิงก็ยังเมินเฉย
อย่างไรก็ตามเขาเห็นได้จากคิ้วนางที่ขมวดเป็นปม ว่านางคงอารมณ์ไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่
ทันใดนั้นเองคล้ายฉุกคิดอะไรได้ ต้วนหลิงเทียนก็แผ่สำนึกเทวะออกไปทันที ทำให้เขาทราบได้ชัดเจน
สำนึกเทวะของมู่หรงปิงตอนนี้ ได้แผ่ออกมาเต็มโบสถ์หลังนี้เรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกันเขาก็รู้ได้ว่า…
ไฉนอารมณ์ของนางถึงได้ฉุนเฉียวและร้อนรนมากขึ้นทุกขณะ…
‘ดูเหมือนนางจะหาทางออกไม่พบ’
เห็นอาการของมู่หรงปิง ต้วนหลิงเทียนก็เดาได้ไม่ยาก
‘ตอนนี้นับจากเวลาที่เข้ามาวันแรก พวกเรายังเหลือเวลาอีก 2 เดือนครึ่ง…และหลังจากผ่านไป 2 เดือนครึ่ง แต่ข้ากับมู่หรงปิงยังหาทางออกจากโลกใบเล็กนี่ไม่พบ ไม่พ้นต้องกระตุ้นค่ายกลหยินหยางผกผันจนถูกฆ่าทิ้งทั้งคู่แน่น’
หลังคิดถึงข้อความชี้แนะในป้ายหยกก่อนหน้า ต้วนหลิงเทียนก็ชักหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที