อย่างไรก็ตาม
ซัว! ซัว! ซัว! ซัว! ซัว! ซัว!
…
แทบจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่สตรีดังกล่าวตะโกนออกกมา ความผันผวนดังกล่าวก็แผ่กำจายออกมาฉับไวประหนึ่งน้ำป่าไหลหลาก! ไม่ทันที่ต้วนหลิงเทียนกับผู้หญิงคนนั้นจะได้ขยับตัวหนีไปไหน ก็ถูกคลื่นน้ำม้วนกลืนไปเสียแล้ว!!
‘แย่แล้ว!’
พริบตาที่ถูกความปั่นป่วนของมิติครอบงำ หน้าต้วนหลิงเทียนก็เปลี่ยนสีไปทันที เขาได้แต่ร่ำร้องในใจอย่างเสียขวัญ ก่อนที่สติของเขาจะค่อยๆพร่าเลือนลงทุกขณะ
และไม่นานสติของเขาก็ดับลงโดยสมบูรณ์
เมื่อได้สติกลับมาอีกครั้ง ต้วนหลิงเทียนก็พบว่าตัวเขามาอยู่ในโถงถ้ำอันกว้างใหญ่แห่งหนึ่ง
“นี่มัน…”
ในขณะที่เขาค่อยๆใช้มือยันร่างให้ลุกขึ้น เขาก็พบว่า…
ตามผนังกับเพดานถ้ำมีการแกะสลักภาพเอาไว้มากมายราวจิตกรรมฝาผนัง เพียงแค่จิตกรรมฝาผนังดังกล่าวช่างพิกลนัก มันเป็นรูปนักพรตมากมาย…
และหากมีแค่รูปนักพรตหลายๆคนวาดสลักไว้ ต้วนหลิงเทียนก็คงไม่รู้สึกแปลกใจอะไร
แต่ข้างกายนักพรตทุกภาพดันมีภาพสตรีแกะสลักไว้ด้วย! ที่สำคัญสตรีทั้งหลายล้วนเปล่าเปลือยไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆเหมือนกันกับนักพรตชาย!!
ยิ่งไปกว่านั้นภาพนักพรตกับสตรีทั้งหลาย ก็อยู่ในท่วงท่า ‘สอดประสาน’ อันพิสดารมากมาย…
เรียกว่าเสมือนเขาได้ชมดู ตำรากามสูตร 108 ท่าฉบับจิตกรรมฝาผนังก็ว่าได้!
“ดูพอรึยัง…”