ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกวาดตามองชมจิตกรรมฝาผนังลามกไปรอบๆด้วยความสนใจ เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าจะมาพบเจออะไรอย่างนี้ในที่แบบนี้ได้ พลันมีเสียงนุ่มนวลของอิสตรีหนึ่งดังขึ้นเข้าหู
เสียงนุ่มนวลดังกล่าวแม้ไพเราะน่าฟังหากแต่ให้ความรู้สึกเย็นชานัก ยังดังก้องมาจากทุกทิศทางราวกับมีเวทมนตร์ ทำให้ต้วนหลิงเทียนบังเกิดความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ ละสายตาออกมาจากตำรากามสูตรฉบับจิตกรรมฝาผนังทันที…
ต้วนหลิงเทียนที่ลุกขึ้นยืนดีแล้วก็รีบหันไปหาเจ้าของเสียงทันที
พอหันมองไปไม่นาน เขาก็พบร่างอันมีทรวดทรงองค์เอวโค้งเว้าได้รูปหนึ่งยืนอยู่!
สตรีนางนี้มาในชุดกระโปรงแลดูธรรมดาสีม่วงอ่อน หว่างคิ้วโค้งดั่งขนนก ผิวกายขาวกระจ่างปานหิมะแรกฤดูหนาว เอวคอดกิ่วแลดูอรชรอ้อนแอ้นนัก
แม้นจะมีผ้าโปร่งแสงบดบังใบหน้าครึ่งล่างเอาไว้ หากแต่แค่เพียงดวงตาดั่งสารทฤดูแสนเย็นชา พร้อมด้วยความรู้สึกเลือนลางไม่อาจจับต้องราวมีหมอกควันปกคลุมไว้ทั่วกายนั่น ก็ทำให้สีสันรอบกายของนางคล้ายซีดจางลงไปถนัดตา
นอกจากนั้นแม้ครึ่งใบหน้านางจะถูกบดบังไว้ด้วยม่านผ้า
แต่ด้วยม่านผ้าปิดหน้าผืนน้อยของนางนั้นโปร่งแสงทั้งเบาบาง จึงทำให้เห็นเรียวคางทั้งความโค้งมนของพวงพักตร์ได้ชัดเจน
เรียกว่ามองชมแล้ว ช่างพาลให้ผู้คนบังเกิดความรู้สึกอย่างพุ่งไปเลิกผ้าผืนบางนี่ออกเสียให้ได้…
กระทั่งมีม่านผ้าบดบังยังชวนให้ฝันละเมอเพ้อพกถึงเพียงนี้…