วาจาที่กล่าวออกของนางยิ่งมาก็ยิ่งทวีความเยียบเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ กอปรกับกลิ่นอายเย็นชาแผ่ออกมาทั่วร่างของนาง ก็ทำให้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกราวกับฤดูหนาวมาเยือน
“ค่ายกลหยินหยางผกผัน?”
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วยู่ย่นเป็นปม “แม่นาง ท่านช่วยบอกให้ชัดเจนได้หรือไม่ ว่าค่ายกลหยินหยงผกผันคืออะไร…แล้วไฉนถึงได้บอกว่าหากข้าไม่เข้ามาใกล้ท่านเกินรัศมี 2 ลี้ ค่ายกลหยินหยางผกผันอะไรนั่นจะไม่เริ่มทำงาน?”
“อันใด? เจ้าคิดว่าข้ากำลังโยนความผิดให้เจ้ารึ?”
ทันใดนั้นเองกลิ่นอายทรงพลังไร้ผู้ต้านหนึ่ง พลันปะทุออกมาจากร่างสตรีดังกล่าวโถมถันเข้าใส่ต้วนหลิงเทียน ประหนึ่งม้าศึกนับพันย่ำเหยียบไปทั่วร่าง เลือดลมตีกลับจนกลุ่มก้อนโลหิตหนึ่งพุ่งขึ้นลำคอ สุดท้ายก็กระอักออกมาคำใหญ่
‘ร้ายกาจนัก!’
หลังกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง มองไปยังสตรีเบื้องหน้าอีกครั้ง แววตาต้วนหลิงเทียนก็เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น!
เพราะเขาตระหนักได้ชัดเจน
เมื่อครู่…กลิ่นอายพลังจากร่างสตรีเบื้องหน้าเพียงแผ่มากดทับเขาแค่ 1 ใน 10 ส่วนเท่านั้น ก่อนที่นางจะถอนรั้งกลับไป ทว่าอาศัยแค่เศษกลิ่นอายพลังของนางกลับทำให้เขาบาดเจ็บภายในถึงเพียงนี้!
พลังอานุภาพดังกล่าว กระทั่งต้าหลัวจินเซียนยังไม่อาจทำได้ไม่ใช่หรือ?!
ฟุ่บ!