ต้วนหลิงเทียนที่เดินไปบนถนนสายหลักของเมืองเฉวี่ยโยวด้วยอาการเหม่อลอยราวคนวิญญาณหลุดออกจากร่าง ก็ไม่ได้เป็นจุดสนใจอะไรมากมาย มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มองเขาด้วยยความสนใจ
และที่มองเขาด้วยความสนใจก็เป็นเหล่าสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลาย มีกระทั่งดรุณีน้อยวัยแรกแย้มที่มองเขาแล้วก็อายม้วนก้มหน้างุดๆไปเองครู่หนึ่งค่อยชะเง้อมองมาอีกรอบ ก่อนที่จะกุลีกุจอหันหน้าหนีไม่กล้ามองเขาสืบต่อเพราะขวยเขินอะไรก็ไม่ทราบ…
ทว่าทันใดนั้นเอง
‘หืม?’
ต้วนหลิงเทียนที่กำลังเดินเหม่อไปบนถนนสายหลักของเมืองเฉวี่ยโยวราวกับคนวิญญาณหลุดลอย อยู่ๆก็คล้ายสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง จึงหยุดเท้าลงอย่างกะทันหัน
สาเหตุที่ไฉนเขาหยุดกึกลงแบบนี้ นั่นก็เพราะ อยู่ดีๆเสียงอึกทึกครึกโครมโดยรอบกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยในชั่วพริบตา!
ทำราวกับผู้คนโดยรอบพากันหยุดหายใจอย่างพร้อมเพรียง! หรือไม่ทุกคนก็อันตรธานสาบสูญไปในความว่างเปล่า!!
แต่ในสายตาเขายังเห็นชัดว่าบนถนนรอบๆตัวเขา ยังมีผู้คนอุ่นหนาฝาคั่งดังเดิม
ทว่าตอนนี้ทุกคนกลับพร้อมใจกันเงียบปากไม่พูดไม่จา ทำราวกับจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าการหายใจต้องทำอย่างไร!
‘ทุกคน…เหมือนจะหันไปมองอะไรบางอย่างด้านหลังข้า’
และพอหยุดสังเกตผู้คนโดยรอบ ต้วนหลิงเทียนก็พบได้ทันทีว่า…
สายตาของทุกคนคล้ายจะมองไปยังบางสิ่งด้านหลังเขา
‘ทุกคนมองอะไรกันแน่…ไฉนถึงได้พร้อมใจกันเงียบเป็นเป่าสากแบบนี้?’