ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ต้วนหลิงเทียนก็หันขวับกลับไปทันที อารามบรรยากาศสบเงียบไร้แม้แต่เสียงลมหายใจเช่นนี้ เสียงโบกสะบัดพัดผ่านลมของชุดคลุมเขา จึงดังออกมาให้ได้ยินชัดเจนดังผั่บ!
และเมื่อสายตาของต้วนหลิงเทียนมองข้ามระยะ ลอดผ่านผู้คนนับร้อยพุ่งดิ่งไปหยุดลง ณ รูปร่างโค้งเว้าอันสมบูรณ์แบบร่างหนึ่ง แวววตาเขาก็เผยความทึ่งขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ในใจยังอดไม่ได้ที่จะชื่นชมออกมา
‘ช่างเป็นสตรีที่งดงามอะไรจะขนาดนี้…’
จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนรับทราบแล้วว่าไฉนถนนทั้งสายถึงกลายเป็นเงียบงัน
ทั้งหมดเป็นเพราะสตรีที่อยู่เบื้องหน้าเขานางนี้…
สตรีนางนี้มาในชุดกระโปรงแลดูธรรมดาสีม่วงอ่อน หว่างคิ้วโค้งดั่งขนนก ผิวกายขาวกระจ่างปานหิมะแรกฤดูหนาว เอวคอดกิ่วแลดูอรชรอ้อนแอ้นนัก
แม้นจะมีผ้าโปร่งแสงบดบังใบหน้าครึ่งล่างเอาไว้ หากแต่แค่เพียงดวงตาดั่งสารทฤดูแสนเย็นชา พร้อมด้วยความรู้สึกเลือนลางไม่อาจจับต้องราวหมอกควันที่ปกคลุมทั่วกายนั่น ก็ทำให้สีสันรอบกายของนางคล้ายซีดจางลงไปถนัดตา
นอกจากนั้นแม้ครึ่งใบหน้านางจะถูกบดบังไว้ด้วยม่านผ้า
แต่ด้วยม่านผ้าปิดหน้าผืนน้อยของนางนั้นโปร่งแสงทั้งเบาบาง จึงทำให้เห็นเรียวคางทั้งความโค้งมนของพวงพักตร์ได้ชัดเจน
เรียกว่ามองชมแล้ว ช่างพาลให้ผู้คนบังเกิดความรู้สึกอย่างพุ่งไปเลิกผ้าผืนบางนี่ออกเสียให้ได้…
กระทั่งมีม่านผ้าบดบังยังชวนให้ฝันละเมอเพ้อพกถึงเพียงนี้…