แล้วหากเลิกผ้านั่นออกเสียเล่า จะทำให้ล่องลอยไปถึงสวรรค์ชั้นใด?
ยามนงคราญประเสริฐหมื่นสตรีไม่มีเหมือนนางนี้ก้าวเดินอาดๆมา ผู้คนต่างพากันหลีกออกข้างอย่างพร้อมใจ ประหนึ่งทะเลแหวกเปิดก็ไม่ปาน
เรียกว่าจะหญิงหรือชายที่สัญจรอยู่บนถนน ล้วนหันไปมองจ้องนางด้วยสายตาดั่งฝันละเมอทั้งสิ้น
ทำราวกับทั่วร่างของสตรีนางนี้แผ่มนตร์สะกดออกมาประการหนึ่ง!
และด้วยสตรีที่มีรูปโฉมพิลาศล้ำเช่นนี้ ปกติแล้วคงยากที่จะไม่มีบุรุษหยาบกร้านชมมองด้วยจิตอกุศล พร้อมบังเกิดความใคร่ปรารถนา…
ทว่าบัดนี้พิกลนัก กลับไร้บุรุษใดใช้สายตาสามานย์ชมมองนางแม้เพียงคน ทุกสายตาที่มองหยุดอยู่ที่นาง ล้วนเผยแต่ความชื่นชมหลงใหลทั้งเทิดทูนเคารพ ทำราวนางเป็นจุดศูนย์รวมความศรัทธาอย่างไรอย่างนั้น
ประหนึ่งสตรีนางนี้เป็นองค์เทพีสูงส่งที่ทำได้แค่ชื่นชมเคารพเทิดทูนทั้งหลงใหล แต่ไม่อาจลบหลู่ได้โดยเด็ดขาด!
มีเพียงต้วนหลิงเทียนคนเดียวเท่านั้นที่เหลือบมองชื่นชมความงามนางเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะละสายตากลับมาและหันหลังเดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง
‘เอ๊ะ?’
สตรีที่กำลังเดินทอดน่องบนถนนด้วยสายตาเย็นชาไร้แยแส ปานเมินเฉยสรรพสิ่งรอบกาย พอต้วนหลิงเทียนละสายตาแล้วหันหลังจากไป นางก็อดไม่ได้ที่จะหันมองไปทางต้วนหลิงเทียนทันที
แม้จะเพียงปราดเดียวที่หางตา แต่นางก็เห็นฉากเมื่อครู่ชัด…