เสี่ยวเอ้อกล่าวออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ “ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ ด้วยพลังฝึกปรือของเหล่าไป่ฟูฉางจะไม่มีสิทธิ์เป็นองครักษ์งูทอง…ต่อให้พลังฝีมือถึงเกณฑ์ ก็ใช่ว่าจะสมัครเป็นองครักษ์งูทองได้ตามที่ต้องการ”
“ว่ากันว่าหากคิดเป็นองครักษ์งูทองนั้น ไม่เพียงแต่พลังฝีมือต้องถึงขั้น แต่ยังมีเงื่อนไขยากเย็นอื่นๆอีกมากมาย และหากไม่สามารถผ่านเงื่อนไขยากเย็นทั้งหลายได้ แม้พลังฝีมือจะเหนือกว่าเกณฑ์ก็ไม่อาจเป็นองครักษ์งูทองได้ขอรับ”
เสี่ยวเอ้อกล่าวสืบต่อ
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า
มาตอนนี้เขาก็ได้รับทราบจากเสี่ยวเอ้อแล้วว่าสถานที่บ่มเพาะในเมืองเฉวี่ยโยวที่ไหนดีที่สุด
เป็นสถานที่บ่มเพาะส่วนตัวอันเงียบสงบของเจ้าเมืองเฉวี่ยโยว
อย่างไรก็ตาเขารู้ดีว่า ตอนนี้คิดไปบ่มเพาะพลังที่นั่นก็คงทำได้แค่ในฝัน…
เว้นเสียแต่พลังฝีมือเขาจะสูงถึงขั้นเอาชนะเจ้าเมืองเฉวี่ยโยวได้ หาไม่แล้วคิดเข้าไปใช้สถานที่บ่มเพาะนั่นก็ไม่ต่างอะไรจากคิดแย่งเนื้อจากปากเสือ…
นอกจากสถานที่บ่มเพาะของเจ้าเมืองเฉวี่ยโยวแล้ว
‘ดูเหมือนว่าจะลำบากไม่น้อย…’
ต้วนหลิงเทียนได้แต่ยิ้มให้ตัวเองอย่างขมขื่น
“นอกเหนือจากสถานที่บ่มเพาะทั้ง 3 แห่งที่ข้ากล่าวถึงแล้ว พื้นที่ในละแวกใกล้เคียงกับจวนเจ้าเมือง และพื้นที่ในละแวกใกล้เคียงกับกระโจมผู้บัญชาการกองทัพมังกรเงินและมังกรดำ ก็จักมีสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะดีที่สุด”
เสี่ยวเอ้อกล่าวเสริม