หลังกล่าวจบคำ ไม่ทันที่ต้วนหลิงเทียนจะได้พูดอะไร เสี่ยวเอ้อก็หันไปมองประตูทางออกห้องส่วนตัว กล่าวขึ้นว่า “ท่านลูกค้าผู้มีเกียรติขอรับหากท่านมิมีใดแล้วข้าน้อยขอออกไปก่อน…เพราะหากข้าน้อยยังไม่ออกไปตอนนี้ ไม่พ้นเถ้าแก่ต้องไม่พอใจข้าน้อยที่หายหน้าไปนานเป็นแน่ สุดท้ายมิแคล้วข้าน้อยคงต้องถูกหักเงินเดือน”
“ไม่ต้องรีบ ข้ายังมีอีกหลายคำถาม”
เมื่อเสี่ยวเอ้อเผยทีท่าคิดจากไป ต้วนหลิงเทียนก็โยนหินอมตะก้อนหนึ่งขึ้นลงในมือเบาๆราวชั่งน้ำหนัก
“หินอมตะระดับกลาง!”
และพอต้วนหลิงเทียนโยนหินอมตะดังกล่าวออกมา เสี่ยวเอ้อก็พุ่งสองมือออกไปคว้าหมับเร็วไว ใบหน้ายังเผยอาการตื่นเต้นเร่าร้อนไม่น้อย
ต้องทราบด้วยว่าแม้มันจะทำงานตลอดทั้งเดือน แต่ทางเหลาก็จ่ายค่าจ้างให้มันแค่ 30 หินอมตะระดับต่ำเท่านั้น
และหินอมตะระดับกลางก้อนนี้ก็มีคุณค่าเทียบได้กับหินอมตะระดับต่ำ 100 ก้อน ซึ่งมากกว่าค่าจ้าง 3 เดือนของมันเสียอีก!
“หินอมตะระดับกลางนี่…เอาไปแลกเป็นหินอมตะระดับต่ำได้เท่าไหร่?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถาม
สิ่งที่เขาโยนออกไปนั้นมันเป็นหินอมตะที่เป็นกองเล็กๆมีไม่มากในแหวนพื้นที่ และเขาก็คาดเดาได้จากระดับสีอยู่บ้าง ว่ามันน่าจะเป็นหินอมตะระดับกลาง
“หนึ่งร้อยก้อนขอรับ”
เสี่ยวเอ้อกล่าวตอบออกไปอย่างไม่ทันคิด
ทว่าหลังตอบจบคำ มันก็คล้ายเอะใจอะไรขึ้นมา จึงหันไปมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาแปลกๆทันที