กล่าวถึงประโยคท้าย สายตาต้วนหลิงเทียนก็ฉายชัดถึงความไร้แยแสต่อคำขู่ของกงซุนเวิ่นเทียนโดยสิ้นเชิง
วูบ
เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนไม่ได้แยแสคำขู่ใดๆของมันแม้แต่น้อย สีหน้าของกงซุนเวิ่นเทียนก็เปลี่ยนไปทันใด มืดคล้ำปานจะคั้นได้เป็นน้ำหมึก!
อีกทั้งคนตระกูลกงซุนทั้งหมดที่ลอยอยู่ในห้วงอวกาศ ก็ชักสีหน้าอัปลักษณ์ปั้นยากทั้งสิ้น
ตอนนี้ต่อให้สมาชิกตระกูลกงซุนและผู้ที่ไม่ใช่คนของตระกูลกงซุนที่พลังฝีมืออ่อนด้อยจนไม่ทราบเรื่องราวการลมือใดๆเมื่อครู่ ต่างก็พากันตระหนักได้จากบทสนทนาหมดสิ้นแล้ว…ว่าตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลกงซุน ทั้งยังเป็นยอดฝีมืออันดับ 1 ของระนาบเหยียนหวงอย่างกงซุนเวิ่นเทียนไม่มีปัญญารับมือต้วนหลิงเทียนได้อีกต่อไป!!
หาไม่แล้วไฉนถึงกับต้องยกบรรพบุรุษต้นตระกูลอย่างกงซุนเซียนหยวนออกมาข่มขู่แบบนี้ด้วย?
มีแต่ผู้อ่อนแอเท่านั้น ถึงจะยกอ้างนู่นนี่นั่นมาขู่ผู้อื่นที่แข็งแกร่งกว่า!
หากแข็งแกร่งกว่าอีกฝ่ายจริง อาศัยเพียงพลังของตัวก็จัดการได้แล้วยังต้องยกอ้างคนอื่นมาขู่ทำอะไร!
“เอ่อ…”
“กงซุนเวิ่นเทียน ไฉนต่อหน้าต้วนหลิงเทียนถึงได้แลดูอับจนหนทางได้ขนาดนั้นเล่า…”
“ดูเหมือนว่าต้วนหลิงเทียนจะไม่กลัวทักษะวิญญาณของมันเลยจริงๆ…หาไม่แล้วมันคงไม่แลดูสิ้นหวังถึงขนาดนั้น!”