กล่างถึงประโยคท้าย สายตาที่เซียนหยวนจื่อใช้มองต้วนหลิงเทียนคล้ายจะทวีความนับถือไปอีกขั้น
บางทีต้วนหลิงเทียนอาจเป็นแค่ครึ่งก้าวเซียนอมตะ
อย่างไรก็ตามพลังฝีมือของต้วนหลิงเทียนมันสูงมากพอจะได้รับความนับถือและความเคารพจากเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์!
“เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน…ยังมียอดเขาที่สูงกว่าอยู่เสมอ คำจุดสูงสุดของระนาบโลกียะข้าไม่กล้ารับหรอก…”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา
ผู้ใดจะไปล่วงรู้ ว่าภายในระนาบโลกียะทั้งหลาย ใช่มีสัตว์ประหลาดที่ร้ายกาจจากระนาบเทวโลกซ่อนตัวอยู่หรือไม่?
เพราะสุดท้ายแล้ว เซียนอมตะที่มีพลังฝึกปรือเหนือกว่าต้าหลัวจินเซียน ก็สามารถเดินทางท่องไปมาระหว่างระนาบเทวโลกและระนาบโลกียะได้…
หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนกับเซียนหยวนจื่อก็ได้สนทนาถามสารทุกข์สุกดิบกันไปสักพัก
ระหว่างที่ทั้คู่คุยกัน จ้าววังเซียนหยวนอย่างเซียนหยวนเจิ้งไม่เพียงจะไม่พูดอะไร ยังยืนอยู่ด้านหลังอย่างเคารพ คอยรินน้ำชาเติ้มให้ต้วนหลิงเทียนกับเซียนหยวนจื่ออย่างเรียบๆร้อยๆ
“พี่ชาย แล้วซูหลี่เล่าปิดด่านบ่มเพาะอยู่รึ?”
หลังคุยสัพเพเหระกับเซียนหยวนจื่อไปพักหนึ่ง ต้วนหลิงเทียนพลันนึกถึงซูหลี่ที่เดินทางไปพร้อมเซียนหยวนจื่อขึ้นมา
และตอนนั้นเขาก็ได้ทราบว่าซูหลี่มีฐานะเป็นอาคันตุกะอาวุโสของวังเวียนหยวนแล้ว