ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม คอยมองถามหวงฉี่หลิง “แล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมาท่านเป็นอย่างไรบ้างเล่าพี่หวง…สบายดีหรือไม่?”
“ถือว่าข้าได้อยู่อย่างดียิ่ง”
เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนยังคงเป็นห่วงเป็นใย หวงฉี่หลิงก็อดไม่ได้ที่จะซาบซึ้ง
“ดีแล้ว….”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับ จากนั้นก็หันไปมองทักอวี่เหวินฮ่าวเฉินที่อยู่ข้างๆหวงฉี่หลิงด้วยรอยยิ้มบางๆ “จ้าววังอวี่เหวิน พวกเราไม่พบกันเสียนาน…”
“นายท่าน ท่านเรียกข้าว่าเสี่ยวเฉินเถิด…ท่านเรียกหาข้าว่าจ้าววังเช่นนี้ ข้าละอายจนไม่กล้ารับ…”
ได้ยินคำเรียกหาของต้วนหลิงเทียน อวี่เหวินฮ่าวเฉินตกใจไม่น้อย ร่างมั่นสั่นสะท้านแทบยืนไม่ไหว อยากคุกเข่าลงไปให้รู้แล้วรู้รอด..
“ว่าแต่ หวงเหวินจิ้งล่ะ นางไม่ได้มากับเจ้าหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนที่ชะเง้อมองไปด้านหลังอวี่เหวินฮ่าวเฉินกับหวงฉี่หลิงเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย
“เอ่อ ศิษย์น้องเหวินจิ้ง…พึ่งจะปิดด่านบ่มเพาะไปเมื่อไม่นานมานี้น่ะ”
หวงฉี่หลิงกล่าวตอบ
ไม่มีทางที่มันจะบอกต้วนหลิงเทียนว่า ที่หวงเหวินจิ้งไม่มายังนครแห่งบาป เป็นเพราะนางไม่อยากเห็นต้วนหลิงเทียนเคียงคู่อยู่กับภรรยา…
ต้วนหลิงเทียนสนทนาถามสารทุกข์สุกดิบของหวงฉี่หลิงกับอวี่เหวินฮ่าวเฉินอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็ทิ้งสิ่งแทนตัวไว้ให้ทั้งคู่ เผื่อไว้ว่าหากวันหนึ่งทั้งคู่เจอปัญหาอะไร ก็สามารถไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลเฟิ่งได้ทันที…