ัวแทนสักกี่แผ่น”
“พอแล้ว!”
โดยไม่รอมั่วชงลงมือ จี้เฟยรีบน ากระดิ่งสีแดงออกมาส่ายเบา ๆสร้างม่านพลังขวางตรงหน้าเยี่ยอู๋ฉิงแล้วดึงตัวถอย
จี้เฟยต าหนิเยี่ยอู๋ฉิง “สมองเจ้ามีปัญหาหรือ? ท าไมจึงลอบสังหารคนกันเอง?”
ดวงตาของเยี่ยอู๋ฉิงเปี่ยมความแค้น ข่มเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องตรงที่มั่วปู้ฟาน “สารเลวนี่พูดเองอยู่เมื่อครู่ ว่าเขาฆ่าลูกพี่!”
“ใส่ความ!”
มั่วปู้ฟานปฏิเสธหน้าตาเฉย “เยี่ยอู๋ฉิงฝ่าฝืนกฎส านัก ลอบสังหารศิษย์ร่วมนิกาย ความผิดสมควรรับโทษ ผู้อาวุโสจี้ เจ้าพยายามปกป้องคนผิดอยู่หรือ?”
สีหน้าของจี้เฟยไร้อารมณ์ “พูดจาใหญ่โตเหลือเกินนะ หากวันนี้ข้าจะปกป้องเขาแล้วท าไม?”
เห็นโอกาสปรากฏ มั่วชงก็ถามจี้เฟยทันที่ “ฮูหยินจี้ ปกป้องคนผิดแล้วยังท าผิดทั้งที่รู้ ไม่อยากนั่งบนต าแหน่งผู้อาวุโสอยู่ต่อไปแล้วหรือ?”
คงดีไม่น้อยหากเขาฉวยโอกาสนี้ปลดสถานะผู้อาวุโสของจี้เฟยเสีย
“ที่แท้กฎของนิกายเทวมารก็เข้มงวดเพียงนี้”
หนึ่งเสียงทุ้มนุ่มอันคุ้นเคยพลันดังมาจากใต้ผา
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ร่างปวงชนทั้งหลายล้วนสะท้าน มองตามเสียงโดยถ้วนหน้า
สองร่างเหินขึ้นจากใต้ผา
“บุตรศักดิ์สิทธิ์!”
“ใต้เท้าบุตรศักดิ์สิทธิ์นี่เอง! ที่แท้ใต้เท้าบุตรศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เป็นไร!”
“ประเสริฐนัก ว่าแล้วเชียวว่าใต้เท้าบุตรศักดิ์สิทธิ์ต้องไม่เป็นไร!”
เมื่อเห็นเจียงผิงอัน ศิษย์นิกายเทวมารมากมายก็ลิงโลด
ศิษย์หลายคนสนับสนุนบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้อย่