มาใส่ความบุตรข้าว่าลอบสังหาร นี่ไม่เกินไปหน่อยหรือ?”
“เจ้ามีหลักฐานอะไรมาบอกว่าบุตรข้าเป็นคนท า? มีผู้อื่นเห็นด้วยหรือ? เอาหลักฐานมาสิ!”
ขอเพียงไร้พยานพบเห็น เขาก็เสแสร้งว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับบุตรตนได้
ต่อให้อีกฝ่ายน าผลงานแท้จริงของมหาจักรพรรดิออกมา ก็มิได้มีความหมายอะไร
มั่วชงป้ายสีความผิดให้เจียงผิงอันทันที่
จี้เฟยถ่ายทอดกระแสปราณให้เจียงผิงอัน “พอแล้ว เล่นงานพวกเขาไม่ได้หรอก ยามนี้เราก้าวถอยให้เขายกเจ้าเป็นเจ้านิกายก่อนเถอะ เป็นเรื่องดีส าหรับทุกฝ่ายนะ”
เจียงผิงอันกล่าวกับจี้เฟย “ขอบคุณที่หยุดเยี่ยอู๋ฉิงไว้เมื่อครู่ ศิลาทองรวนวิญญาณชิ้นนั้นไม่ต้องคืนแล้ว”
พูดจบ เขาก็กล่าวกับเยี่ยอู๋ฉิง “อู๋ฉิง ไปกัน เราไปจากแดนอุดรกันเถอะ”
ได้ยินเช่นนี้ ปวงชนรอบข้างล้วนตะลึง
หลู่ตันและผู้อาวุโสคนอื่น ๆ รีบก้าวเข้ามาหยุดไว้
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ เจ้าจะท าอะไร เราคณะผู้อาวุโสหารือกันแล้วว่าจะให้วิชาลับสูงสุดของนิกายเทวมารกับเจ้าสองสามวิชานะ”
“ไว้เรากลับไป เราจะให้เจ้าเป็นเจ้านิกาย จะมีทรัพยากรมากมายให้เจ้าฝึกฝนด้วย”
“มีนิกายเทวมารคุ้มกัน ผู้คนทั้งหลายก็ไม่กล้าลงมือกับบุตรศักดิ์สิทธิ์แน่นอน!”
ผู้อาวุโสมากมายพูดเกลี้ยกล่อม กระทั่งยกสารพัดสิ่งมาล่อใจให้เจียงผิงอันอยู่ต่อ
ผู้น าระดับสูงเช่นพวกเขาล้วนทราบ ว่าเจียงผิงอันพิชิตวิญญาณแท้เทพมารในขอบเขตเดียวกันมาแล้ว
อัจฉริยะเช่นนี้เป็นทรัพย์ล ้าค่าของนิกายเท