“ข้าย่อมไม่คิดให้เจ้าตกตาย และเมื่อมันตายเจ้ายังคิดจะตายตาม…ดังนั้นข้าไหนเลยจะกล้าฆ่ามัน”
“แต่ถ้ามันไม่ตาย เจ้าไหนเลยจะสมัครใจไปกับข้า”
“เช่นนั้นข้าจะให้มันอยู่…เพื่อเอาใจเจ้า”
ยิ่งมารอยยิ้มบนใบหน้าของอวิ๋นชิงเหยียนยิ่งฉีกกว้าง และเมื่อกกล่าวถึงจุดนี้มันก็หันไปมองยอดสมบัติสวรรค์เชิงพื้นที่ อันมีลักษณะคล้ายคุกในมือของมันทันที
“แต่…ข้าคิดจะพาทุกคนในยอดสมบัติเชิงพื้นที่ชิ้นนี้ไปกับข้าทุกคน!”
“สำหรับเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับพวกมัน หลังจากที่ข้าพวกมันกลับไปข้าเองก็ไม่อาจรับประกันได้…เพราะสุดท้ายแล้ว ข้าก็ไม่มีเปี่ยวเม่ยเช่นเจ้าคอยเตือนความจำว่าอย่าได้ทำร้ายพวกมัน…”
กล่าวถึงท้ายประโยค แววตาที่อวิ๋นชิงเหยียนใช้มองเค่อเอ๋อก็เผยประกายล้ำลึกราวกับจะบอกความนัยบางประกการ
วูบ วูบ
ทันใดนั้นไม่ว่าจะเป็นเค่อเอ๋อหรือต้วนหลิงเทียน สีหน้าก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ยังแลดูอัปลักษณ์ปั้นยากนัก!
“อวิ๋นชิงเหยียนเจ้าอย่างไรก็เป็นเซียนอมตะจากระนาบเทวโลก…หากคิดฆ่าข้าก็มาจัดการกับข้าเสีย! แต่เพียงคิดจัดการกับมนุษย์ในระนาบโลกียะที่เจ้ามองว่าต่ำต้อยนักหนาเช่นข้า เจ้าถึงกับประพฤติตัวต่ำช้าไร้ยางอายจนต้องใช้ครอบครัวและคนใกล้ตัวมาข่มขู่ข้าเช่นนี้…เจ้าไม่กลัวถูกสวรรค์ประณามหรือไร?”
ต้วนหลิงเทียนตะคอกออกมาดังลั่นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“สวรรค์ประณาม?”