ต้วนหลิงเทียนที่รับป้ายมาอย่างกระฉับกระเฉงกล่าวออกด้วยรอยยิ้มว่า “หากท่านพี่เป็นคนของระนาบอื่นข้าเกรงว่าป้ายนี้คงเสียเปล่า…แต่หากเป็นระนาบเหยียนหวง ข้าเองก็คิดไปเที่ยวชมแต่แรก”
“เช่นนั้นยามข้าไปเยือนระนาบเหยียนหวง คงต้องลำบากท่านพี่เป็นธุระสักหน่อย”
ต้วนหลิงเทียนพูดพลางยิ้มอ่อน
“จริงรึ?”
ได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน สองตาเซียนหยวนจื่อก็ลุกวาวขึ้นมาทันใด
ต้องทราบด้วยว่าแม้มันจะมอบป้ายให้อีกฝ่ายไป แต่มันก็ไม่คิดว่าต้วนหลิงเทียนจะถ่อไปถึงระนาบเหยียนหวงหรือวังเซียนหยวนเพื่อเยี่ยมเยียนมันแต่อย่างใด
แต่ทว่าพอต้วนหลิงเทียนพูดมาแบบนี้ ก็เสมือนมัน ‘ไม่ตั้งใจปักต้นหลิวกลับได้ต้นหลิวให้ร่มเงา’ แล้วจริงๆ
(ไม่ตั้งใจปักต้นหลิวกลับได้ต้นหลิวให้ร่มเงา = ทำโดยไม่ตั้งใจแต่กลับได้ผลลัพธ์เลิศล้ำ)
ที่แท้ต้วนหลิงเทียนคิดไปเยือนระนาบเหยียนหวงแต่แรก
“เป็นจริง!”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มรับคำ ค่อยหันไปมองจางีย่ที่ลอยอยู่เงียบๆไม่ไกลพลางกล่าวว่า “ท่านพี่นี่เป็นสหายของข้าเรียกว่าจางยี่ สหายข้าคนนี้ก็เป็นคนของสำนักเทียนซือที่ตั้งอยู่ในระนาบเหยียนหวงท่านพอดี…ข้าได้รับปากสหายไว้แล้วว่าจะไปเที่ยวระนาบเหยียนหวงด้วยกัน”
“โอ้? คนของสำนักเทียนซือรึ?”