อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ตบฟาดร่างหลิ่วเสวียให้ปลิดปลิวแต่อย่างใด เมื่อมันเข้าใกล้หลิ่วเสวียมากพอ ฝ่ามือพลังดังกล่าวก็งองุ้มคว้าร่างหลิ่วเสวียเอาไว้ ราวพญาอินทรีย์จับลูกไก่!
ถูกจับได้อยู่มือ ไม่อาจดิ้นรนขดขืนใดๆได้เลย
กระทั่งหลิ่วเสวียยังไม่อาจเร่งเร้าพลังใดๆในร่างได้ เพราะหลังจากที่มือมหึมากุมร่างนางเอาไว้ ก็มีพลังอันร้ายกาจขุมหนึ่งแผ่เข้ามาสะกดพลังในร่างของนางเอาไว้ได้ชะงัด!
จังหวะนี้สีหน้าหลิ่วเสวียจึงซีดลงไร้สีเลือด
“อีกนิดเดียว…ข้าเกือบหนีกลับไปได้แล้ว”
มองไปยังหลุมดำ ที่อยู่ห่างไปอีกแค่ไม่กี่ก้าว หลิ่วเสวียได้แต่พึมพำออกมาด้วยสายตาไม่ยินยอมพร้อมใจ
“เกือบจะกลับไปได้แล้วงั้นเหรอ?”
และแทบจะพร้อมกันกับที่หลิ่วเสวียกล่าวจบคำ วาจาที่กล่าวออกด้วยน้ำเสียงค่อนแคะหนึ่งพลันดังขึ้นไม่ไกล
“หลิ่วเสวียเจ้าจะไม่ไร้เดียงสาไปหน่อยรึไง หรือเจ้าคิดว่าหากเจ้าหนีกลับไประนาบฉีอวิ๋นแล้วพวกเราจะไล่ตามเจ้าไปไม่ได้?”
พร้อมกับเสียงรอบนี้ ปรากฏเงาร่างอรชรหนึ่ง
เป็นสตรีที่งดงามนัก แม้หลิ่วเสวียเองก็ถือว่าหน้าตาไม่เลว หากทว่าต่อหน้าสตรีนางนี้นางก็ประหนึ่งลูกเป็ดขี้เหร่ประชันกับหงส์
ใจหลิ่วเสวียสะท้านไปทันใดเมื่อได้ยินเสียงจากร่างบางดังกล่าว นางยังตระหนักได้ถึงความไร้เดียงสาของนางทันที
ถูกแล้ว
ต่อให้นางผ่านหลุมดำกลับไปถึงระนาบฉีอวิ๋นแล้วจะอย่างไร?