เมื่อผ่านหลุมดำนั่น ไปโผล่ทางฝั่งระนาบฉีอวิ๋น ก็ใช่ว่าจะรอดพ้น!
เรียกว่าแม้นางจะกลับไปได้ แต่ถ้าคนที่ติดตามมาผ่านหลุมดำมาด้วยก็ย่อมมาโผล่ที่เดียวกับนาง หาได้สุ่มปรากฏตัวที่อื่นเหมือนกับการเข้าสู่แดนลับต่างสวรรค์ไม่!
กล่าวได้ว่าหากใครติดตามนางมายังระนาบฉีอวิ๋น นางก็ยากจะสลัดอีกฝ่ายได้หลุด
“เฉวี่ยไน่”
มองไปยังสตรีงามเบื้องหน้า หลิ่วเสวียอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มขื่นขมละอายใจ
สตรีที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าหลิ่วเสวียก็คือหานเฉวี่ยไน่เอง
วูบ! วูบ!
หลังจากที่หานเฉวี่ยไน่ปรากฏตัว ไม่นานก็มีอีก 2ร่างปรากฏตัวขึ้นและเป็นชายหนุ่มทั้งคู่
“ต้วนหลิงเทียน จางยี่…”
เมื่อเห็นร่างชายหนุ่มทั้ง 2 ที่ปรากฏตัว รอยยิ้มขื่นขมทั้งความสิ้นหวังก็เริ่มฉายชัดบนใบหน้ามากขึ้นทุกขณะ แต่หลิ่วเสวียก็ไม่ได้แปลกใจแม้แต่น้อยที่ได้พบเห็นชายหนุ่มทั้งสอง
อันที่จริงตั้งแต่ที่นางได้ยินเสียงแค่นสบถเยียบเย็นนั่น นางก็รู้อยู่แล้วว่าคงเป็นไปไม่ได้เลย ที่นางจะหนีกลับไประนาบฉีอวิ๋น
เพราะนางได้ยินชัดถนัดหู
ว่านั่นคือเสียงต้วนหลิงเทียน!
“หลิ่วเสวีย เจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนมองหลิ่วเสวียด้วยสายตาไร้แยแส กล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ยินดียินร้ายหรือมีโมโหใดๆ
“ข้าไม่มีอะไรจะพูด”
หลิ่วเสวียถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ใบหน้าฉายชัดถึงความสิ้นหวังไร้หนทาง