ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเซียนอมตะเสเพลอันทรงพลัง!
“ความเร็วของพวกมัน…ไฉนเร็วได้ขนาดนี้…”
“ความเคลื่อนไหวของพวกมัน…ข้าไม่เห็นแม้แต่เงาร่าง”
…
จังหวะนี้ไม่ว่าจะเป็นหานเฉวี่ยไน่หรือจางยี่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว
ตอนที่เหล่าเซียนอมตะเสเพลปรากฏตัวขึ้นมา ทั้งคู่ไม่แม้แต่จะจับสัมผัสอะไรได้เลย ไม่รู้ว่าทั้งหมดมาจากทางไหน ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ทั้งหมดซ่อนอยู่ที่ใดเลย
ต่างจากสีหน้าที่เริ่มซีดลงของจางยี่กับหานเฉวี่ยไน่
หลังเห็นเหล่าเซียนอมตะเสเพลปรากฏตัวออกมา ต้วนหลิงเทียนยังคงมีสีหน้าปกติไม่ได้แลดูยินดียินร้ายอะไร ราวกับการปรากฏตัวของเซียนอมตะเสเพลทั้งหลาย ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขา
“ฮ่าๆๆๆ…ในที่สุดพวกเจ้าก็ทนไม่ไหวแล้ว! รู้หรือไม่ว่าข้าบรรพบุรุษเฝ้ารอทารกน้อยพวกเจ้ามาเนิ่นนานจนเบื่อแล้ว!!”
ชายชราคนหนึ่งมองกล่าวกับพวกต้วนหลิงเทียนด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข ขณะเดียวกันสองตาของมันก็ฉายประกายแห่งความโลภออกมาอย่างปิดไม่มิด
“แม่หนูน้อยกับเจ้าหนูนี่คล้ายระวังตัวมิเบาเลยทีเดียว…น่าเสียดายที่เจ้ากลับโง่งมลากทั้งคู่ออกมาหาที่ตาย นี่เจ้าไม่คิดจริงๆหรือว่าพวกเราจะไม่ทันนึกถึงเรื่องที่พวกเจ้าอาจจะย้อนกลับเข้าไปหลบในพระราชวังใต้ดินนั่น?”
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกล่าวขึ้นอย่างย่ามใจ สองตามองกวาดไปยังจางยี่ หานเฉวี่ยไน่ กับต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาราวกับมองลูกไก่ในกำมือ