หลิ่วเสวียไม่สนอะไรอีกต่อไป ใจคิดจะฉีกหน้ากากจอมปลอมของต้วนหลิงเทียนให้ได้ กล่าวออกด้วยสีหน้าเย้ยหยัน “ด้วยพลังฝีมือเจ้าที่เผยออกมาในด่านทดสอบที่นี่ มิใช่ว่าง่ายดายนักหรือไรที่จะทำลายอาคมสังหารหวังฉีได้ทัน…หากไม่ใช่เป็นเพราะตอนนั้นเจ้ายั้งมือไว้ หวังฉีไหนเลยต้องตาย!”
“งั้นเจ้าจะบอกว่า…เป็นข้าจงใจฆ่าหวังฉีให้ได้?”
ต้วนหลิงเทียนแสยะยิ้มค่อนแคะ “ไหนเจ้าบอกข้าที ว่าทำไมข้าต้องฆ่ามันด้วย?”
“เฮอะ! ก็ไม่ใช่เพราะหรงปัวขู่จะฆ่าพวกเราโดยเหลือทางเลือกให้ขับไล่เจ้าออกจากกลุ่มไปรึไร พอข้ากับหวังฉีลังเลเข้าหน่อยเจ้าก็เจ้าคิดเจ้าแค้นฝังใจ…แล้วยังจะแปลกอะไรที่เจ้าจงใจปล่อยให้หวังฉีตาย!!”
หลิ่วเสวียหัวเราะเยาะ
“จากที่เจ้าว่า…ไม่ได้หมายความว่าข้าต้องแค้นเจ้าด้วยหรือไง แล้วไม่สงสัยบ้างรึ…ว่าทำไมข้ายังปล่อยให้เจ้าหายใจจนถึงตอนนี้?”
ลูกตาต้วนหลิงเทียนหดเล็กลง
“ผู้ใดจะไปรู้…บางทีเจ้าอาจเสแสรงทำตัวเป็นคนดีต่อหน้าจางยี่ก็ได้!”
หลิ่วเสวียตอนนี้เรียกว่าไม่ทนอีกต่อไป เลือกที่จะกล่าวความไม่พอใจที่ปิดซ่อนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด!
“หลิ่วเสวียต้วนหลิงเทียนไม่ใช่คนแบบนั้น”
จางยี่ทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป จึงกล่าวออกมาด้วยเสียงเข้ม คิ้วยังย่นยู่เป็นปม
“จางยี่ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ…ข้าแนะนำให้เจ้าระวังไว้จะดีกว่า!”
หลิ่เสวียกล่าวทิ้งท้ายกับจางยี่จบคำ ก็หันหลังเดินจากไปทันที