จางยี่พยักกหน้า ค่อยกล่าวเสริมว่า “เพราะหากใครสักคนคิดกลับลงมายังระนาบโลกียะหลังขึ้นสู่ระนาบเทวโลกไปแล้ว ก็ต้องผ่านเงื่อนไขที่ยากลำบากอยู่บ้าง…ก่อนอื่นเลยก็ต้องเป็นตัวตนที่อยู่เหนือต้าหลัวจินเซียน และต้องมี ‘กระสวยเดินทาง’ ที่สามารถทานทนความผันผวนของห้วงมิติระหว่างระนาบเทวโลกกับระนาบโลกียะให้ได้เสียก่อน…หาไม่แล้วก็ลืมเรื่องการเดินทางลงมาได้เลย”
“อย่างที่สองก็คือ…ถึงแม้จะเป็นตัวตนที่อยู่เหนือต้าหลัวจินเซียนไปแล้ว แต่เมื่อย้อนกลับมายังระนาบโลกียะก็จะถูก ‘กรรม’ ในระนาบโลกียะแผ้วพาน หากติดบ่วงกรรมอันใดมา คิดยกระดับพลังฝึกปรือในภายหลังก็ยากเย็นนัก เผลอๆอาจจะไร้ซึ่งความก้าวหน้าอีกต่อไป…”
“ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่บ้าง ในบรรดาต้าหลัวจินเซียนทั้งหลาย จึงมีน้อยคนนักที่อยากจะกลับมายังระนาบโลกียะเบื้องล่าง เพราะกลัวว่าจะติดกรรมอันใดจนส่งผลกระทบต่อความก้าวหน้า หากเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น เผลอๆระดับพลังอาจชะงักและมิอาจบังเกิดความก้าวหน้าได้อีกเลย”
จางยี่กล่าว
“แน่นอนว่ายังมีต้าหลัวจินเซียนอีกไม่น้อย ที่ตั้งความหวังไว้กับชนรุ่นหลังในระนาบโลกียะของตัว…จึงไม่ลังเลที่จะย้อนกลับมายังระนาบโลกียะเพื่อมอบยอดสมบัติสวรรค์ ทรัพยากรรวมถึงเวทย์พลังจากระนาบเทวโลกไว้บางส่วน…”