‘หลี่ไป๋ผู้นี้คืออุบาสกชิงเหลียน หลี่ไป๋ ในโลกเก่าของข้าจริงๆหรือ!?’
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกว่าใจเต้นไปไม่เป็นจังหวะ
หากจะกล่าวว่าเรื่องราวการเดินทางไปยังชมพูทวีปอันโด่งดังอย่าง ไซอิ๋ว เป็นดั่งตำนานเรื่องเล่าที่อาจมีเค้าโครงความจริงอยยู่บ้าง แต่ตัวตนอย่างราชาวานรซุนหงอคง นั้นอาจเป็นเพียงเรื่องแต่งในสมัยราชวงศ์ถัง…
เขายังเข้าใจเรื่องนี้
ทว่าหลี่ไป๋ผู้นี้ มีตัวตนอยู่จริงๆ ยังเป็นปูชณียบุคคลในประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์ถัง!!
‘นับจากเวลา…ถึงแม้จิตวิญญาณข้าจะเดินทางไปยังระนาบเซียนได้หลายสิบปีแล้ว แต่ทว่ายุคสมัยของหลี่ไป๋ก็ยังพึ่งผ่านไปไม่กี่พันปีเองไม่ใช่หรือไร?!’
‘ทว่าแดนลับต่างสวรรค์แห่งนี้ดำรงอยู่มาเนิ่นนานแล้ว…เมื่อแสนปีก่อนอาวุโสฟงชิงหยางเองก็ได้เข้ามาด้วยกระทั่งได้รับสืบทอดมรดกของต้าหลัวจินเซียน! แถมต้าหลัวจินเซียนผู้นั้นก็เป็นว่าเป็นเซียนกระบี่ด้วยเช่นกัน!’
‘เวลามันล่วงเลยไปนับแสนปีแล้ว…แต่ทำไม…’
พอคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ใจต้วนหลิงเทียนอดสับสนไปไม่ได้ เพราะเวลามันเหลื่อมล้ำกันมาก
“หลี่ไป๋? อุบาสกชิงเหลียน? เซียนกระบี่!?”
“นะ…นี่คงมิใช่ เซียนกระบี่บงกชฟ้า หลี่ไป๋…ที่สะท้านสะเทือนระนาบเหยียนหวงของพวกเราเมื่อหลายพันปีก่อนหรอกนะ?!”
และในขณะที่ในใจต้วนหลิงเทียนกำลังสับสน เสียงอุทานของจางยี่พลันดังขึ้นเข้าหูเขาชัดเจน