คำพูดประโยคนี้ของจางยี่ดึงความสนใจของเขาทันที จึงอดหันไปมองอีกฝ่ายไม่ได้
เพราะจางยี่พึ่งกล่าวว่า…
เซียนกระบี่บงกชฟ้า…เป็นตัวตนที่สะท้านสะเทือนระนาบเหยียนหวงเมื่อหลายพันปีก่อน!
หากเป็นเวลานี้…ก็นับว่าเข้าเค้า!
แต่ไม่ใช่ว่าแดนลับต่างสวรรค์มันมีมานานแล้วหรือไร?
แถมการเปิดออกครั้งสุดท้ายก็เป็นเวลานับแสนปี!
“จางยี่ เจ้าบอกว่า…เมื่อไม่กี่พันปีก่อนที่ระนาบเหยียนหวงของเจ้า มีเซียนกระบี่บงกชฟ้างั้นหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนมองถามจางยี่ด้วยสายตาเร่าร้อน
“ใช่”
จางยี่พยักหน้า พร้อมกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเทิดทูน “เซียนกระบี่บงกชฟ้านั้น เป็นตัวตนที่มาจากบ้านเกิดเดียวกันกับบรรพชนผู้ก่อตั้งสำนักเทียนซือของข้า ดาวเหยียนหวง…และเมื่อดาวเหยียนหวงเริ่มขาดแคลนพลังวิญญาณฟ้าดิน เซียนกระบี่บงกชฟ้าผู้นี้เองก็มีพลังฝึกปรือสูงพอจะท่องออกไปในห้วงอวกาศแล้วเช่นกัน…”
“ในยุคสมัยนั้น ท่านนับเป็นสุดยอดอัจฉริยะที่แท้จริง!”
“ใช้เวลาไม่ถึงร้อยปีก็สามารถข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์ สุดท้ายก็ขึ้นสู่ระนาบเทวโลกได้สำเร็จ…ยังได้รับการยอมรับอีกว่าเป็น ทายาทเหยียนหวงชนชั้นสุดยอดอัจฉริยะในรอบหมื่นปี!”
กล่าวถึงจุดนี้จางยี่ก็หยุดลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นมากเคารพ “หากสมบัติสถานแห่งนี้ถูกทิ้งไว้โดยเซียนกระบี่บงกชฟ้าจริง…นั่นหมายความว่ายามนี้ท่านได้บรรลุถึงขอบเขต ต้าหลัวจินเซียนแล้ว!”