‘แต่จะอย่างไรอาวุโสฟงชิงหยางทำได้อย่างไรกัน ในบรรดาคู่แข่งในปีนั้นของอาวุโสฟงชิงหยาง ยังมีครึ่งก้าวเซียนอมตะที่พลังทัดเทียมกับเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์อยู่ด้วย…ทว่าสุดท้ายก็เป็นอาวุโสได้รับมรดกต้าหลัวจินเซียนมาครอง!’
ต้วนหลิงเทียนย้อนคิดถึงคำพูดจางยี่ก่อนหน้า
เพราะหากฟังจากคำของจางยี่แล้ว
ครึ่งก้าวเซียนอมตะที่มีพลังทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์ผู้นั้น ก็สมควรเข้าร่วมการช่วงชิงมรดกต้าหลัวจินเซียนเหมือนกันกับเหล่าครึ่งก้าวเซียนอมตะทั้งหลาย
ทว่าอาวุโสฟงชิงหยางที่มีพลังทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์ กลับอยู่รอดเป็นคนสุดท้าย! และได้รับมรดกต้าหลัวจินเซียนไปถือครอง!!
“จางยี่”
เมื่อหาคำตอบเรื่องนี้ไม่ได้ ต้วนหลิงเทียนจึงหันไปถามจางยี่แทน “ในตอนนั้นอาวุโสฟงชิงหยางจากระนาบเซียนข้า พลังต่อสู้ก็เพียงเทียบได้กับเซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์เท่านั้น…แล้วท่านผู้อาวุโสสามารถช่วงชิงมรดกของต้าหลัวจินเซียนไปครองภายใต้จมูกครึ่งก้าวเซียนอมตะที่มีพลังทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์ได้ยังไง?”
“เรื่องนี้บอกตามตรง ข้าเองก็ไม่รู้ว่าความจริงเป็นเช่นไร…”
จางยี่ส่ายหัวไปมา ค่อยกล่าวเสริมว่า “อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ข้าคาดเดาได้ประการหนึ่ง…และการคาดเดาของข้าก็คล้ายๆกับหลายๆคนในระนาบเหยียนหวงในปีนั้น”
“ไหนเจ้าลองว่ามาดู”
ต้วนหลิงเทียนแลดูคาดหวังไม่น้อย