เฝิงหม่านกล่าวตอบเอาใจหรงปัวพลางยกมือขึ้นประสานเขย่าอย่าสนุกสนาน ค่อยกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มยินดี “เอาล่ะหรงปัว…คราวนี้เมื่อเจ้ายินดีแบ่งปันเรื่องนี้กับข้า นับว่าข้าเฝิงหม่านติดค้างเจ้าเรื่องหนึ่ง! วันหน้ามีอะไรให้ข้าช่วยเจ้าบอกได้เลย!!”
เพราะเมื่อครู่ถ้าหรงปัวไม่ร้องทักมัน เกรงว่าป่านนี้มันคงเหินไปไหนต่อไหนแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมาเจออะไรดีๆแบบนี้!
“ว่าแต่ แล้วคนพวกนี้เล่า?”
ตอนนี้เองเฝิงหม่านก็หันมาให้ความสนใจพวกต้วนหลิงเทียนทั้ง 4 ที่ลอยอยู่ไม่ไกลพร้อมขมวดคิ้ว ก่อนที่จะหันกลับไปมองหรงปัวกล่าวออกเสียงเย้ย “หรงปัว อาศัยพลังฝีมือเจ้ากับข้า…น่าจะมากพอบุกเข้าไปในสมบัติสถานแห่งนี้ที่ปิดกั้นเซียนอมตะเสเพลแล้วกระมัง…”
“ยังจำเป็นต้องหอบหิ้วผู้คนเข้าไปเยอะแยะแบบนี้ด้วยหรือ?”
กล่าวประโยคนี้เฝิงหม่านก็หันกลับมามองพวกต้วนหลิงเทียน ในแววตาของมันยังเริ่มทอประกายเยียบเย็นฉายชัดถึงเจตนาฆ่าฟัน!
ดูแล้วไม่พ้นมันคิดว่าพวกต้วนหลิงเทียนเป็นได้แค่ตัวเกะกะ เข้าไปด้านในก็รังแต่จะแบ่งสันปันส่วนสมบัติเสียเปล่าๆ…
“อ่า ข้าก็คิดเหมือนเจ้า…พวกเราไม่ต้องพาคนเข้าไปมากมายให้วุ่นวายเสียเรื่อง…”
สิ้นคำเฝิงหม่าน เสียงกล่าวด้วยความถือดีของหรงปัวก็ดังขึ้น ยังหันมามองทั้ง 4 ด้วยสายตาเฉยชา มันยังจงใจกล่าวออกมาตอนที่มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเย้ยเยาะอีกด้วย
“หรงปัว!”