หวังฉีพยักหน้าขานคำ “ก่อนที่ข้าจะเข้ามาในแดนลับต่างสวรรค์ข้าก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้ว ว่าสถานที่บางแห่งจักจำกัดไว้ไม่ให้เซียนอมตะเสเพลเข้าไป…เมื่อมันสามารถจำกัดมิให้เซียนอมตะเสเพลเข้าไปได้ ย่อมหมายความว่าพลังวิญญาณใดๆ ไม่เว้นสำนึกเทวะก็มิอาจผ่านเข้าไปตรวจสอบสิ่งใดในนั้นได้”
“และสถานที่ๆข้ากับหลิ่วเสวียค้นพบมันก็ปิดกั้นสำนึกเทวะได้อย่างสมบูรณ์…สำนึกเทวะของพวกเราไม่อาจล่วงล้ำผ่านทางเข้าไปได้ด้วยซ้ำ!”
หวังฉีกล่าวถึงจุดนี้ ค่อยหันมามองหลิ่วเสวีย
“อื๊อ เป็นเช่นนั้น”
หลิ่วเสวียพยักหน้า
‘หืม?’
ขณะเดียวกันต้วนหลิงเทียนพลันสังเกตเห็นว่าท่าทีอาการของหรงปัวยิ่งมายิ่งผิดปกติ ยิ่งได้ฟังคำยืนยันจากหวังฉีก็ยิ่งแล้วใหญ่
เรียกว่าทันทีที่หวังฉีกับหลิ่วเสวียยืนยันว่าสถานที่แห่งนั้นปิดกั้นสำนึกเทวะได้ แววตาของหรงปัวก็ลุกวาวขึ้นมาทันที สีหน้าท่าทียังแลดูตื่นเต้นไม่น้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งแววตาที่ลุกวาวนั่น ทำราวกับมันเห็นสมบัติล้ำค่าอย่างไรอย่างนั้น
‘หรงปัวมันรู้อะไรมางั้นเหรอ?’
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกำลังสงสัยนั้นเอง
“หรงปัวเจ้ารู้อะไรมาหรือ?”
อาการของหรงปัวเรียกว่าผิดแปลกไปอย่างออกหน้าออกตา กระทั่งจางยี่ หลิ่วเสวียก็พบเห็นได้ทันที และสุดท้ายหวังฉีก็อดถามออกมาด้วยความอยากรู้ไม่ได้ “หากเจ้าล่วงรู้อันใดมา ก็บอกพวกเราเถอะ…พวกเราจะได้เตรียมการให้พร้อม จะได้ลดโอกาสบาดเจ็บล้มตายด้วยความไม่รู้”