“ไม่มีอะไรหรอก”
พอได้ยินคำถามนี้ของหวังฉี หรงปัวที่เสียอาการก็ค่อยๆกลับสู่สภาพปกติ มันเพียงยักไหล่ตอบออกมาพล่างส่ายหัววเบาๆ
“เท่าที่ข้ารู้มา…”
ตอนนี้เองจางยี่ที่คล้ายนึกอะไรออกพลันกล่าวขึ้น “ปกติแล้วหากเป็นมรดกสถานของต้าหลัวจินเซียน ก็มักจะปิดกั้นการเข้าถึงของเซียนอมตะเสเพลเอาไว้…”
“เจ้า!”
แทบจะทันทีที่จางยี่พูดเรื่องนี้ออกมา หรงปัวก็หันไปถลึงตามองจางยี่ด้วยความดุร้ายทันที ราวกับเกลียดจางยี่นักที่โพล่งเรื่องแบบนี้ออกมาอย่างโง่งม!
ต้องทราบด้วยว่าผู้คนส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องนี้
มีเพียงแค่ขุมพลังระดับสูงบางขุมในมหาระนาบโลกียะเท่านั้น ที่จะทิ้งบันทึกเรื่องราวโดยละเอียดของแดนลับต่างสวรรค์เอาไว้
และหนึ่งในนั้นก็คือ หากเป็นมรดกสถานของต้าหลัวจินเซียน…ย่อมปิดกั้นไม่ให้เซียนอมตะเสเพลเข้าถึง!
แม้มันจะรู้เรื่องนี้แต่มันก็ไม่คิดบอกใคร
แต่ไม่คิดเลยว่าจางยี่จะรู้เรื่องนี้เหมือนกัน แถมยังโพล่งออกมาราววกับไม่รู้คุณค่า ทำให้มันรู้สึกว่าเพื่อนรวมทีมผู้นี้มิใช่คนแต่เป็นหมู!
‘มรดกสถานของต้าหลัวจินเซียน!?’
แทบจะทันทีที่จางยี่กล่าวจบคำ ไม่ว่าจะต้วนหลิงเทียน หวังฉีหรือหลิ่วเสวียลูกตาก็อดทอแสงจ้าออกมาไม่ได้!
เพราะสุดท้ายแล้วในแดนลับต่างสวรรค์แห่งนี้ สิ่งที่มีค่ามากที่สุดย่อมมิใช่อื่นใดนอกจากมรดกของต้าหลัวจินเซียน!
“จางยี่เรื่องนี้เจ้าได้ยินมาไม่ผิดแน่หรือ?”