ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา “พอดีข้านึกถึงบางเรื่องอยู่น่ะ…”
“สิ่งที่เจ้านึกถึงใช่เรื่องของสำนักเทียนซือข้าหรือไม่? ยังเกี่ยวข้องกับท่านบรรพชนผู้ก่อตั้งของสำนักข้า?”
จางยี่ถาม
จนถึงตอนนี้มันเองก็รู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง
ต้วนหลิงเทียน ผู้ที่มาจากระนาบโลกียะอื่นแท้ๆ แต่กลับล่วงรู้นามที่แท้จริงของบรรพชนผู้ก่อตั้งสำนักของมันได้!
“หือ สำนักเทียนซือ? บรรพชนผู้ก่อตั้งของสำนักเจ้า?”
ต้วนหลิงเทียนผงะไป ด้วยไม่รู้ว่าไฉนจางยี่ถึงจี้ถามเรื่องนี้ด้วยท่าทางจริงจัง เพราะเขาคิดก็แต่เรื่องจะหาทางกลับโลกอยู่เท่านั้นไม่ได้เกี่ยอะไรกับสำนักเทียนซือเลย
“อ่าว…มิใช่หรอกหรือ?”
คราวนี้เป็นตาเจียงยี่ผงะไปบ้าง “แล้วถ้ามิเกี่ยวของกับท่านบรรพชนรวมถึงสำนักข้า แล้วไฉนเจ้าถึงได้ล่วงรู้นามที่แท้จริงของท่านบรรพชนสำนักข้าได้เล่า…เจ้าต้องรู้ด้วยนะว่ากระทั่งศิษย์สำนักเทียนซือของข้าเอง ก็มีน้อยคนนักที่ล่วงรู้นามของท่านบรรพชนผู้ก่อตั้ง”
“แต่เจ้าเล่า…เจ้าเป็นคนที่มาจากระนาบโลกียะอื่นแท้ๆ แถมยังเป็นระนาบโลกียะขนาดเล็กอย่างระนาบเซียน! แล้วไฉนถึงล่วงรู้นามที่แท้จริงของท่านบรรพชนผู้กก่อตั้งสำนักข้าได้? ทั้งๆที่นามของท่านเองแทบจะเลือนหายไปกับกาลเวลาแล้ว…เจ้าช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่าเจ้าไปได้ยินนามนี้มาแต่ใด?”
ตอนนี้เองจางยี่ก็ไม่อาจเฉยเมยสบายๆได้อีกต่อไป