หลิ่วเสวียขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้ลึกลงไปในใจนางอยากให้หรงปัวไปให้พ้นๆ แต่ในเมื่อหวังฉีตัดสินใจแบบนี้นางเองก็ไม่คิดพูดอะไรให้มากความสืบต่อ
“เอาล่ะนับว่าตอนนี้กลุ่ม 5 คนของพวกเรา มีครึ่งก้าวเซียนอมตะถึง 2 เซียนสวรรค์ 9 เปลี่ยนสองคน และเซียนสวรรค์ 8 เปลี่ยนอีกหนึ่งคน”
หวังฉีหันไปมองทุกคนรอบๆ พลางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “ด้วยพลังรบโดยรวมของกลุ่มเรา ข้าเชื่อว่าสามารถเข้าไปถึงส่วนลึกของสถานที่แห่งนั้นได้อย่างไม่มีปัญหาแน่! พวกเรารีบไปกันเลยเถอะ!!”
หลังกล่าวจบคำหวังฉี ก็เหินร่างนำออกไปทันที
ต้วนหลิงเทียนกับคนอื่นๆก็เหินร่างตามไปติดๆทันที
“ต้วนหลิงเทียน หากข้าเดาไม่ผิด ท่านมาจากระนาบโหมหลัวใช่หรือไม่?”
(โหมในที่นี้ออกเสียงว่า โม๋ ไม่ใช่โหมจากหักโหม)
ระหว่างทางหลิ่วเสวียอดไม่ไหวจึงหันไปมองถามต้วนหลิงเทียน
พอได้ยินหลิ่วเสวียกล่าวถามเรื่องนี้ออกมา อีก 3 คนที่เหลือก็เงี่ยหูรอฟังคำตอบต้วนหลิงเทียนเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าพวกมันเองก็อยากรู้คำตอบของต้วนหลิงเทียนไม่ต่าง
“ระนาบโหมหลัว?”
ต้วนหลิงเทียนผงะไปเล็กน้อย ค่อยย้อนถามออกมา “แม่นาง…ไฉนกล่าวถามเช่นนี้เล่า?”
“อ้อ ก็เพราะพวกเรา 4 คนมาจากระนาบโลกียะ 3ระนาบที่แตกต่างกัน…และคราวนี้ผู้ที่จะเข้ามาในแดนลับต่างสวรรค์ได้ ก็สมควรเป็นคนอื่นในสองระนาบโลกียะที่เหลือจากในบรรดา 5 ระนาบโลกียะ”