หลิ่วเสวียค่อยๆกล่าวอธิบายออกมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน “ในบรรดาระนาบโลกียะทั้ง 5 มีมหาระนาบโลกียะทั้งสิ้น 4 ระนาบรวมถึง 3 ระนาบโลกียะที่พวกเราทั้ง 4…และด้วยความที่ท่านเองก็เป็นถึงครึ่งก้าวเซียนอมตะที่อายุมิถึงร้อยปี หากท่านมาจากระนาบโลกียะทั้ง 3 ของพวกเรา ก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเราจะไม่มีผู้ใดไม่รู้จักท่าน…”
ครึ่งก้าวเซียนอมตะนั้น แม้จะมองไปในระนาบโลกียะทั้งมวล ก็เป็นดั่งตัวตนหาได้ยากประหนึ่งเขามังกรขนหงส์
“เช่นนั้นข้าเลยเดาได้มิยากว่าท่านต้องมาจากระนาบโลกียะอีก 2 ระนาบที่เหลือแน่ และข้าเดาว่าสมควรเป็นระนาบโลกียะ โหมหลัว ที่เป็นระนาบโลกียะขนาดใหญ่”
หลิ่วเสวียกล่าวออกมารวดเดียวจบ
ได้ยินคำอธิบายของหลิ่วเสวีย ต้วนหลิงเทียนย่อมเข้าใจเรื่องราวได้ไม่ยาก ขณะเดียวกันก็ส่ายหัวออกมาพลางกล่าวว่า “ข้าไม่ได้มาจากระนาบโลกียะโหมหลัวหรอก…ข้ามาจากระนาบเซียนน่ะ”
ระนาบเซียนที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวถึง ก็คือระนาบอันมีดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าตั้งอยู่ และตอนที่อยู่ในภูมิภาคเบื้องล่าง ต้วนหลิงเทียนก็ได้รับรู้ชื่อเรียกนี้จากเผ่าปีศาจจากแดนเนรเทศ เพราะอีกฝ่ายเรียกหาดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าว่า แดนเซียน…
“เอ๋? ท่านมาจากระนาบเซียนเหรอ? ระนาบโลกียะขนาดเล็กนั่นน่ะนะ!?”