ชายหนุ่มคนสุดท้ายที่กำลังมองร่างสตรีหนึ่งเดียวในกลุ่มด้วยสายตาไม่ซื่อ เพียงหันไปเหลือบมองต้วนหลิงเทียนวูบหนึ่งหลังได้ยินคำถาม ก่อนที่จะละสายตาแล้วกล่าวตอบออกมาด้วยน้ำเสียงไม่แยแส “แต่ข้าขอบอกไว้ก่อนเลย หากเข้าไปในนั้นแล้วมันเป็นแค่ตัวถ่วงและเจอดีอะไรเข้าล่ะก็ ข้าจะไม่เสียเวลาช่วยมัน!”
“หรงปัว!”
ได้ยินคำของชายหนุ่มหน้าตาดี ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่พลันแย้งออกมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไหร่ “หากมันเข้าร่วมกลุ่มพวกเราแล้วก็เสมือนลงเรือลำเดียวกัน…เมื่อมันอยู่ในอันตรายพวกเราก็ต้องช่วยเหลือมันเป็นธรรมดา เจ้าพูดมาแบบนี้ไม่คิดว่ามันจะเกินไปหน่อยหรือ?”
“เกินไป?”
ชายหนุ่มนามหรงปัวพอได้ยินคำแย้งของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ มันยิ้มแสยะกล่าวว่า “อย่าว่าแต่มันเลย ไม่ว่าจะเป็นจางยี่หรือหวังฉีเจ้า…หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาข้าก็ไม่สนใจจะช่วยใครทั้งนั้น…”
“อย่างดีที่สุดข้าก็ช่วยแค่หลิ่วเสวียคนเดียวเท่านั้น”
กล่าวถึงท้ายประโยคชายหนุ่มหน้าตาดีก็ละสายตาจากหวังฉีแล้วหันไปมองสตรีข้างๆอย่างไร้ยางอาย
สตรีนามหลิ่วเสวียคล้ายไม่ค่อยพอใจเล็กน้อย หากแต่นางเพียงขมวดคิ้วไปพักหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ทำอะไร ทว่าลึกลงไปในแววตากลับฉายชัดถึงความกังวล
ได้ยินคำพูดไร้ไมตรีของหรงปัว หวังฉีเองก็ย่นคิ้วด้วยความไม่พอใจ กระทั่งจางยี่ที่มักทำสีหน้าเฉยเมยราวกับเบื่อหน่ายไปทุกสิ่งยังชักสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์ออกมา