เพราะมันเองก็ตระหนักได้ว่าบรรพบุรุษของเผ่าปีศาจมนุษย์สมควรบ่มเพาะอยู่ในสถานที่แห่งนี้
ขณะเดียวกันในใจหยางเจิ้นซิงก็อดกล่าวไปไม่ได้ว่า ‘หากยังมีชีวิตอยู่ถึงวันนี้ นั่นหมายความว่าอย่างน้อยๆท่านบรรพบุรุษก็สมควรบรรลุถึงเซียนอมตะเสเพล 7 ทัณฑ์…แต่ไม่รู้วว่าจะบรรลุถึงเซียนอมตะเสเพล 8 ทัณฑ์แล้วหรือไม่?’
เซียนอมตะเสเพล 7 ทัณฑ์กับ 8 ทัณฑ์นั้น แม้มันจะห่างกันขั้นเดียว
ทว่าหยางเจิ้นซิงรู้ดี
ว่าช่องว่างระหว่างทั้งคู่ ต่างกันประหนึ่งอยู่คนละโลก
ถึงแม้มันจะไม่ใช่เซียนอมตะเสเพล แต่มันก็เคยได้ยินอาจารย์กล่าวถึงช่องว่างแต่ละขั้นของเซียนอมตะเสเพลมาไม่น้อย
เซียนอมตตะเสเพลนั้น ยิ่งมายิ่งแข็งแกร่ง!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวตนที่บรรลุถึงเซียนอมตะเสเพล 7 ทัณฑ์แล้ว แต่ละขั้นหลังจากนี้ช่องว่างก็ยิ่งทวีความแตกต่างมากยิ่งขึ้น
หลังหยางฉงจวินกับหยางเจิ้นซิงทักไปแล้ว ทว่าภายในตำหนักกลับเงียบเชียบไร้เสียงใดตอบกลับ
ตอนแรกทั้งคู่ก็ได้แต่เฝ้ารออย่างอดทน
ทว่าผ่านไปพักหนึ่งพอเห็นว่ามันผ่านไปนานผิดปกติแล้ว ทั้งสองก็อดไม่ได้ที่จะหันมามองหน้ากันด้วยสงสัย
“อ่าว เจ้าหนูฉงจวิน เจ้ามาหาบรรพบุรุษรึ?”
ทว่าทันใดนั้นเอง พลันมีเสียงแผ่วเบาหนึ่งแว่วมาแต่ไกล
แม้เสียงนี้จะแผ่วเบาราวกระซิบ หากแต่หยางฉงจวินกับหยางเจิ้นซิงรู้สึกเสมือนมีคนมากระซิบข้างหู!
ซัว!