นอกจากนี้จิตสังหารที่ปะทุออกมายามคิดฆ่าหยางเจิ้นซิงที่ดับไปก่อนหน้า ก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้งและคราวนี้มันก็ไปตกยังร่างอวี่เหวินฮ่าวเฉินเป็นคนแรก!
ครืน! ครืน! ครืน!
…
เสมือนสายลมวิปริตแปรปรวน คลื่นลมอันรุนแรงกวาดซัดส่งเสียงหวีดหวิว
สาเหตุที่เสียงของสายลมดังเข้าหูทุกคนชัดเจน เพราะตอนนี้ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาสักคำ!
และในขณะเดียวกันกับที่จิตสังหารต้วนหลิงเทียนเพ่งเล็งไปยังอวี่เหวินฮ่าวเฉินนั้น
ทุกผู้คน ณ ที่นี้ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นดินปืนคละคลุ้ง!
ด้านอวี่เหวินฮ่าวเฉินที่เป็นเป้าหมายโดยตรงแผ่นหลังของมันถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นชุ่มโชก กระทั่งหน้าผากยังปรากฏเหงื่อเม็ดเขื่องผุดไหลลงเป็นสาย แววตาที่มันใช้มองต้วนหลิเทียนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญ เป็นความหวาดกลัวที่เอ่อล้นขึ้นมาจากก้นบึ้งของวิญญาณ!
3 ปีที่แล้ว มันลำบากเพียงกระดิกนิ้ว ก็บดขยี้ชายหนุ่มเบื้องหน้าได้ง่ายดาย…
แต่พอผ่านไป 3 ปี กระทั่งความกล้าที่จะลงมือกับชายหนุ่มเบื้องหน้ามันยังไม่มี!!
“จ้าววังอวี่เหวิน ตอนนี้ประมุขเผ่าของท่านอย่างหยางเจิ้นซิงก็หนีเอาตัวรอดไปแล้ว แถมอาจารย์ของมันอย่างเลี่ยวหนันเจียงก็ตายตกไป…คราวนี้ข้าว่าถึงเวลาชำระบัญชีระหว่างเราได้เสียที…”
ต้วนหลิงเทียนที่มองจ้องอวี่เหวินฮ่าวเฉินด้วยสายตาอำมหิตกล่าวออกด้วยน้ำเสียงไม่รีบไม่ร้อน แลดูใจเย็นนัก