“ข้ารู้ว่าท่านชิงชังทั้งเคียดแค้นตำหนักเมฆาครามนัก…แต่อย่าได้หลงลืมไปว่าที่นี่คือวังเซียนสัญจร!หาใช่วังวิญญาณอสุราของท่านไม่!!”
“และถึงตอนนี้ฐานะนายน้อยตำหนักเมฆาครามของรองจ้าววังคนใหม่ของวังเซียนสัญจรเราจะถูกเปิดโปงออกมาแล้ว แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่วังเซียนสัญจรของพวกเราจะจัดการเก็บกกวาดมันเอง ยังไม่ถึงตาให้จ้าววังฉีสอดมือหรอก!”
อวิ๋นฟู่เหย่ยิ่งกล่าวน้ำเสียงก็ยิ่งดุร้าย
ล้อกันเล่นหรือไร!
ถึงแม้มันจะอยากให้นายน้อยตำหนักเมฆาครามตายตกให้ได้เร็วไวแค่ไหน
อย่างไรก็ตามหากวันนี้เป็นฉีหนานฟงที่สังหารนายน้อยตำหนักเมฆาคราม ไม่ใช่คนอื่นๆจะมองว่าวังเซียนสัญจรไร้ความสามารถแล้วหรือไร! กระทั่งสายลับที่แฝงตัวเข้ามายังไม่มีปัญญาจัดการด้วยตัวเอง?!
นี่เป็นเรื่องของ ‘ชื่อเสียง’ และ ‘ความน่าเชื่อถือ’ ของวังเซียนสัญจร! แน่นอนว่าแม้มันอยากให้นายน้อยตำหนักเมฆาครามอย่างต้วนหลิงเทียนตกตายมากเพียงไหน มันก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องตกตายด้วยน้ำมือจ้าววังวิญญาณอสุรา!!
“ในเมื่อจ้าววังอวี่เหวินกำลังปิดด่านบ่มเพาะอยู่ เช่นนั้นข้าย่อมมิคิดไปรบกวน…วันหน้ายามเมื่อจ้าววังอวี่เหวินออกจากการปิดด่าน ตัวข้าผู้นี้จะไปขอขมาด้วยตัวเอง!”
ฉีหนานฟงกล่าวออกเสียงค่อย
สิ้นเสียงแผ่วเบา ทั่วร่างของฉีหนานฟงกก็เริ่มปรากฏรัศมีพลังร้ายกาจขุมหนึ่งปะทุออก