“อ่า มันนี่ล่ะ”
“หน้าตามันก็ดีใช้ได้นะ…น่าเสียดายที่โชคมันไม่ได้ดีเหมือนหน้าตา ฮ่าๆๆ”
“ฮ่าๆๆ เท่านี้มันก็โชคดีมากแล้วล่ะ…หากเป็นพวกเราอย่าว่าแต่มีวันได้ตราผนึกมารมาครองเลย กระทั่งโอกาสจะได้เห็นตราผนึกมารยังมิมีด้วยซ้ำ!”
“นั่นก็จริงอยู่หรอก…”
…
ศิษย์ที่เปิดประเด็นกับศิษย์ลาดตระเวนในหน่วยคนหนึ่งก็กล่าวสนทนากันไปเรื่อยเปื่อยตามประสา หากแต่ศิษย์ลาดตระเวนอีกคนกลับนิ่งไปไม่พูดจา
มันที่ลอยร่างกลางอากาศตอนนี้ สีหน้าของมันเปลี่ยนเป็นซีดเซียวคล้ายมีสีเขียวสลับขาว อาการแลดูไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่!
นั่นเพราะตอนนี้มันตกตะลึงแทบตายแล้ว!!
“นี่มัน…จะเป็นไปได้ยังไงกัน?”
“ไม่นับเป็นอะไรหากกจะมีนามเหมือนกัน…แต่กระทั่งใบหน้ายังเหมือนกันด้วยหรือ…”
“เป็นไปไม่ได้…มันเป็นไปไม่ได้…เรื่องแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้!”
เรียกว่าตอนนี้ศิษย์ลาดตระเวนคนดังกล่าวได้แต่พึมพำไปอย่างเลื่อนลอย อารมณ์ของมันปั่นป่วนทั้งสับสนนัก
“เฮ่ย! หวงเจิ้ง เจ้าเป็นอะไรไป?”
“เฮ่ๆ ตื่นๆ! นี่เจ้าเหม่ออะไรของเจ้าอยู่กัน? พวกเราต้องไปลาดตระเวนต่อ เดี๋ยวผู้อาวุโสผ่านมาเห็นได้ซวยกันหมดหรอก”
ตอนนี้เองศิษย์ในหน่วยลาดตระเวนที่เปิดประเด็นเรื่องนี้และเอาภาพเหมือนออกมา ก็พยายามเรียกสติทั้งตบบ่าศิษย์ลาดตระเวนนาม หวงเจิ้ง ที่อยู่ดีๆก็เหม่อไป