ตัวการที่แท้จริงอย่างเจียงผิงอันขยี้ป้ ายหยกเคลื่อนย้ายอย่างไม่ ระบุทิศทางสามชิ้นติดกัน และยังเปลี่ยนรูปลักษณ์อาภรณ์สี่หน
หลังไม่รับรู ้ถึงอันตรายแล้ว เขาจึงหยุดลง
เหตุที่เจียงผิงอันใช ้นามปัวซือนั้น หลัก ๆ ก็เพื่อซ่อนกิ่งมาร สะเทือนสรวงและหนี
หาไม่ ผู้อื่นก็จะคิดไล่ล่าเขา เป็ นเรื่องอันตรายนัก
ส่วนเรื่องใช ้นามและตัวตนของปัวซือนั้น เจียงผิงอันมิได้ติดใจ รู ้สึกผิด
หนก่อน เขาสังเกตได้ว่าปัวซือจะมาลอบสังหารตน หากผู้ใด จัดการกับปัวซือได้ก็ย่อมเป็ นข่าวดี
ต่อให้สุดท้ายความแตก มิอาจซ่อนตัวตนก็ไม่เป็ นไร เพราะ สุดท้ายเขาก็หนีมาได้แล้ว
นามของกิ่งมารนี้ปรากฏขึ้นเองในใจยามใช ้มัน
สมบัติระดับนี้มีการตอบสนองกับผู้ใช ้ในระดับหนึ่ง และหากระดับ สมบัติพัฒนาไปอีกขั้นจนเป็ นศาสตราเซียนครึ่งขั้น จิตศาสตราก็จะ ค่อยๆ ถือก าเนิด
เจียงผิงอันสงบอารมณ์เบิกบานของตนลง กลืนโอสถวิญญาณ โลหิตหนึ่งขวดเพื่อฟื้นปราณโลหิต ก่อนจะมองภูมิทัศน์รอบข้าง
ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสปราณอันคุ้นเคยมากมายได้จากไกล ๆ
เมื่อมองตามไป เจียงผิงอันก็พบผู้ฝึกตนมากมายรวมตัวกันอยู่ เห็นคลับคล้ายมีภาพฉายวิหคอมตะโผนทะยานสู่ฟ้ าเลือนราง
เจียงผิงอันผงะไปทันที
อวิ๋นหวง!
เขาประมือกับอวิ๋นหวงอยู่บ่อยครั้ง มองปราดเดียวจึงทราบทันที ว่านั่นคือนิมิตอันเกิดยามอวิ๋นหวงใช ้อานาจร่างเทวะ
เหมือนนางก าลังสู้กับใครอยู่
ใครกันบังคับให้นางใช ้อ านาจร่างเทวะได้?