หากเขาสามารถแตกฉานเวทย์พลังปฐมเวทย์กลืนกินจนบรรลุถึงขั้นตอนไร้ตำหนิได้จริงๆล่ะก็ เขาจะใช้มันเพื่อช่วยยกกระดับพรสวรรค์รากวิญญาณของหวงเหวินจิ้งให้บรรลุถึงรากวิญญาณสีม่วง!
แน่นอนว่าเขาไม่กล้าให้สัญญากับนางตอนนี้ เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะสามารถตีความเวทย์พลังปฐมเวทย์กลืนกินให้บรรลุถึงขั้นตอนไร้ตำหนิจากการเข้าใช้ถ้ำกาลเวลาแห่งนี้รึเปล่า…
“ไม่จำเป็น”
หวงเหวินจิ้งที่ไม่รู้ว่าคำสัญญาที่ต้วนหลิงเทียนรับปากจะตอบแทนคืออะไร นางจึงเลือกที่จะส่ายหัวตอบปฏิเสธออกมา
หากนางรู้นางคงไม่มีวันปฏิเสธแน่!
อย่างไรก็ตาม ต้วนหลิงเทียนทำคล้ายกับไม่ได้ยินคำปฏิเสธนี้ของนาง เพียงก้าวอาดๆไปยังแท่นศิลาตรงหน้า
ทันใดนั้นบรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นเงียบลง
“เชิญเจ้า…ข้าจะคอยเฝ้าระวังให้เจ้าเอง”
หวงเหวินจิ้งกล่าวหลังเห็นต้วนหลิงเทียนเดินไปถึงเบื้องหน้าแท่นศิลา
ต้วนหลิงเทียนที่ได้ยิน ก็หันไปมองหวงเหวินจิ้ง ด้วยสีหน้าจริงจังกล่าวออกเสียงหนักว่า
“ข้าต้วนหลิงเทียนพูดแล้วไม่คืนคำ ที่ข้าสัญญากับเจ้าสักวันข้าต้องทำตามคำพูดแน่!”
กล่าวจบต้วนหลิงเทียนก็ไม่รอคำฟังคำตอบของหวงเหวินจิ้ง เพียงขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนแท่นศิลา
เมื่อนั่งขัดสมาธิแล้วต้วนหลิงเทียนก็หลับตาลงครุ่นคิดไป
‘ไม่รู้ว่าหลังเปิดใช้ถ้ำกาลเวลาแล้วข้าจะได้รับเวลาเท่าไหร่กันแน่…หากได้รับสัก 10 ปี ข้าอาจตีความเวทย์พลังปฐมเวทย์กลืนกินได้ไม่น้อย!’