ระหว่างเดินทาง เค่อเอ๋อที่สังเกตเห็นความผิดปกติจากน้ำเสียงทั้งทีท่าของต้วนหลิงเทียนก่อนหน้าก็อดถามออกมาไม่ได้
“สามีของเจ้ามันคงกำลังสงสัยอยู่น่ะสิ ว่าไฉนทะเลสาบผานหลงของตำหนักเมฆาครามถึงหายไป…”
ต้วนหลิงเทียนไม่ทันได้ตอบอะไร ก็เป็นก่านหรูเยี่ยนพูดออกมาก่อน “แต่ก่อนตอนที่ข้าอยู่ในภูมิภาคเบื้องล่าง ข้าก็เคยผ่านมาแถวๆตำหนักเมฆาคราม 2-3 ครั้ง…เบื้องล่างตำหนักเมฆาครามหรือบริเวณที่พวกเราอยู่ตอนนี้ ปกติแล้วมันสมควรมีทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เรียกว่าทะเลสาบผานหลงอยู่”
ขณะพูดคิ้วก่านหรูเยี่ยนก็ขมวดยู่เป็นปม
“ตอนนี้กลายเป็นที่ราบลุ่มไปแล้วแบบนี้ ก็คงไม่พ้นถูกพวกปีศาจกลบถมแน่นอน…”
ครู่ต่อมาคิ้วที่ย่นยู่ของก่านหรูเยี่ยนก็ค่อยๆคลายตัว นางพอจะเดาสาเหตุได้
“ตำหนักเมฆาครามไม่อยู่แล้ว…”
หลังเหินร่างตามสองคนมาพักหนึ่ง เขาที่คำนวณระยะคร่าวๆได้ก็ลองแหงนขึ้นไปมองบนฟ้า แต่พบว่าเกาะลอยขนาดใหญ่ ที่สมควรมีตำหนักหลักของตำหนักเมฆาครามตั้งอยู่…กลับไม่อยู่เสียแล้ว! คงเหลือแต่ฟ้าสีครามกับเมฆลอยเอื่อย!!
ทันใดนั้นสีหน้าต้วนหลิงเทียนก็ยิ่งมืดมนลงทันที
ตำหนักหลักของตำหนักเมฆาครามไม่ใช่เป็นดั่งจุดศูนย์กลางของตำหนักเมฆาครามเท่านั้น แต่ยังมีครอบครัวทั้งมิตรสหายของเขาอาศัยอยู่อีกด้วย!
ทว่ากลับมายังภูมิภาคเบื้องล่างครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทะเลสาบผานหลงจะหายไป กระทั่งเกาะลอยทั้งหมดของตำหนักเมฆาครามยังหายไปอย่างไร้ร่องรอย…