ผู้พิทักษ์ลัทธิบูชาไฟทั้ง 4 รวมถึงรองจ้าวลัทธิทั้ง 2 ตอนนี้พึ่งจะรู้สึกตัว แต่ละคนได้แต่เผยยิ้มขื่นขมออกมา
ลึกลงไปในแวววตายังเผยความอับจน เห็นชัดว่าพวกมันเองก็ไร้หนทางทำอะไรได้
และในใจของพวกมันก็รู้สึกอ่อนเปลี้ยไร้กำลัง ได้แต่โทษตัวเองว่าอ่อนแอนัก
ตอนแรกที่ได้ยินต้วนหลิงเทียนกล่าวท้าเหาฉ่วงให้ตัดสินกันในกระบวนเดียว พวกมันอดไม่ได้ที่จะตกใจ
หากจะกล่าวว่าถ้าสู้กันตามปกติ เหาฉ่วงอาจจะสามารถยั้งมือไม่ฆ่าต้วนหลิงเทียนได้ล่ะก็…การให้ลงมือครั้งเดียวตัดสินผลแบบนี้ เพื่อความไม่ประมาทก็มีแต่ต้องลงมือด้วยพลังทั้งหมดแล้ว!
ถึงตอนนั้นไม่ใช่ว่าต้วนหลิงเทียนจะประสบร้ายมากกว่าดีหรือไร…
อย่างไรก็ตามพอนึกถึงปาฏิหาริย์ที่ผ่านมาของต้วนหลิงเทียน ทั้งหมดเริ่มคาดหวังกันขึ้นมาอีกครั้ง ว่าต้วนหลิงเทียนใช่ยังมีไม้เด็ดอะไรหรือไม่ ถึงได้แลดูมั่นใจนัก! เพราะหากต้วนหลิงเทียนไม่มั่นใจไหนเลยจะหาญกล้าท้าให้ตัดสินในกระบวนเดียวด้วยท่าทางไม่กลัวแบบนั้น!!
อนิจจาแสงแห่งความหวังพึ่งบังเกิดได้ไม่ทันไร พอเห็นเหาฉ่วงชักพลองธัมมะออกมา แสงแห่งความหวังทั้งมวลในใจพวกมันก็ดับมอดลงไม่เหลือหลอ…
เหาฉ่วงเดิมก็เป็นยอดฝีมืออันดับ 1 ใต้เซียนสวรรค์ 9 เปลี่ยน นับว่าพลังฝีมือสูงส่งยากรับมืออยู่แล้ว…
ตอนนี้มันยังหยิบชักพลองธัมมะออกมาอีก!
เช่นนั้นที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจของคนลัทธิบูชาไฟตอนนี้ ก็มีแค่ความ ‘สิ้นหวัง’ เท่านั้น…