ในศึก! ไม่มี ทางยอมแพ้!”
ว่าแล้ว นางก็สละอายุขัยและปราณทั้งหมดที่มี
เพลิงแห่งชีวิตเจิดจรัสขึ้นทันใด
ร่างของนางเหมือนเปลี่ยนเป็ นหนึ่งกระบี่คมกริบ ฟาดฟันเข้าใส่ จ้าวเทียนอี้อย่างเกินยั้ง ประหนึ่งจะเบิกโลกาเป็ นสองเสี่ยง
“นังคนคลั่งนี่!!”
จ้าวเทียนอี้ขวัญสะท้าน มิคาดคิดว่าอีกฝ่ ายจะเฉียบขาดจนสละ ชีวิตทุ่มโจมตี
เขาหันหลังเผ่นหนี
แต่ความเร็วของเขามิอาจสู้จางรั่วรั่วผู้สละทั้งชีวิตได้
พรวด!
ร่างของจ้าวเทียนอี้ถูกผ่า โลหิตสาดกระเซ็นย้อมผืนฟ้ า
แสงสว่างเลือนหายจากร่างของจางรั่วรั่ว นางหงายหลังล้มตึง
ฟางซิงใช้พลังวิญญาณรีบคว้าตัวนางและพากลับมา
จางรั่วรั่วซึ่งเดิมเยาว์วัยงดงาม ขณะนี้เหมือนผ่านกาลนับร ้อยปี สิ้นความจิ้มลิ้มร่าเริง ผิวกายยับย่น เพลิงชีวิตเจียนดับมอด
“ใต้เท้าเจ้าแคว้น! โปรดเร่งมือช่วยรั่วรั่วด้วยเถิด!”
อวิ๋นหวงกอดจางรั่วรั่วพลางขอความช่วยเหลือด้วยดวงตาแดง ฉาน
“นางผลาญชีวิตสิ้นแล้ว หากยังเหลือแม้สักนิดก็อาจยังช่วยได้ แต่นางยามนี้……”
หมิงเฉินไม่ได้พูดต่อ ผลลัพธ์ชัดเจนแล้ว
เสียงอันอ่อนแรงของจางรั่วรั่วลอดริมฝีปากแตกระแหงของนาง “เพื่อต้าเซี่ย… ที่เหลือ… ฝากทุกคนแล้ว… ข้าตายไป… ช่วยฝังข้ากับ หวังหลาน… ด้วยกันทีนะ……”
จางรั่วรั่วใช ้แรงเฮือกสุดท้ายเหลือบมองไปที่ซากของหวังหลาน ไม่รู ้นางจาเรื่องใดขึ้นได้ มุมปากจึงยกยิ้มบาง แล้วดวงตาก็หลับลง สนิท
“รั่วรั่ว!”
อวิ๋นหวงนั้นภายนอกเย็นชา ภา