เสียงกล่าวของเวินเยี่ยนยิ่งมายิ่งน่าสงสาร นางยังเสแสร้งร่ำไห้ออกมาอย่างไม่ละอาย กล่าวฟ้องปู้หงพร้อมกับกระตุ้นโทสะอีกฝ่ายให้เดือดดาลมากยิ่งขึ้น
“ศิษย์น้องหญิงอย่าได้กังวล…วันนี้เจ้ามีศิษย์พี่ใหญ่อยู่ด้วยทั้งคน ข้าจะทวงความเป็นธรรมให้เจ้าเอง!”
ได้ยินเสียงกล่าวด้วยความคับแค้นใจทั้งแลเห็นศิษย์น้องหญิงร่ำไห้อย่างน่าเวทนา ปู้หงถึงกับลนลานรับมือไม่ถูกอยู่บ้าง
และเมื่อมันละสายตาจากเวินเยี่ยนไปจับจ้องร่างต้วนหลิงเทียนที่ลอยอยู่ไกลๆ แววตายังฉายชัดถึงจิตสังหารอันล้นปรี่ ราวกับมันพร้อมกลืนกินเลือดเนื้อร่างตรงหน้าในหนึ่งคำ!
เห็นได้ชัดว่าคำฟ้องร้องด้วยการเสแสร้งแกล้งออเซาะของเวินเยี่ยนได้ผลไม่น้อยแล้วจริงๆ สามารถกระตุ้นให้ปู้หงบังเกิดความคับแค้นจนเปี่ยมล้นไปด้วยจิตฆ่าฟันได้ขนาดนี้
เพราะในลัทธิบูชาไฟแห่งนี้ สำหรับปู้หงแล้วมีเพียง 2 คนเท่านั้นที่สำคัญสำหรับมันที่สุด หนึ่งก็คืออาจารย์ผู้อบรมสอนสั่งมันมา ส่วนอีกคนก็คือเวินเยี่ยน ศิษย์น้องของมัน
ทว่าตอนนี้ต้วนหลิงเทียน ศิษย์ที่แท้จริงหน้าใหม่ที่มันไม่เคยเจอมาก่อนเบื้องหน้า ไม่เพียงแต่รังแกทำร้ายศิษย์น้องมันให้ได้รับความอัปยศเท่านั้น ยังเสมือนไม่เห็นหัวมันกับอาจารย์ของมันอีกด้วย
นี่ยังไม่ให้มันไม่โกรธได้หรือ!
เหล่าศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในจัตุรัสกลางเอง ต่างลอยขึ้นฟ้าแห่มาชมดูเรื่องราวกันเป็นพรวน!