ที่เขาบอกกัวฉงไปแบบนั้น เพราะตอนแรกกัวฉงคิดแนะนำเขาให้จ้าวแท่นบูชาเต่าทมิฬรู้จัก เพื่อที่เขาจะได้มีโอกาสกราบอีกฝ่ายเป็นอาจารย์ และกลายเป็นศิษย์ส่วนตัวของจ้าวแท่นบูชาเต่าทมิฬ
น่าเสียดายที่เขาต้วนหลิงเทียนมีอาจารย์อยู่ในใจแล้ว
เซียนกระบี่ฟงชิงหยาง!
ถึงแม้เขาจะไม่เคยเห็นหน้าค่าตาอาจารย์คนนี้ แต่ก็นับถืออาจารย์ผู้นี้นัก
แน่นอนว่าทั้งหมดล้วนเป็นเพราะเคล็ดบำเพ็ญจิตมรรคากระบี่อันสูงส่งอย่าง ยอดใจกระบี่ ที่ทำให้เขาก้าวมาถึงจุดนี้ได้ในเวลาอันสั้น
ด้วยเหตุนี้ใจต้วนหลิงเทียนจึงยึดถืออีกฝ่ายเป็นอาจารย์เสมอมา และตราบใดที่ไม่ได้รับอนุญาตจากอาจารย์ เขาก็ไม่อาจรับใครคนอื่นเป็นอาจารย์ได้
‘ก็ถือว่าดีแล้ว…ลองอาวุโสกัวฉงกล่าวเรื่องนี้ออกไป ให้เดาคงไม่มีใครคิดจะเป็นอาจารย์ข้าอีกต่อไป’
ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจ
ตอนนี้ในใจของต้วนหลิงเทียนไม่เพียงไม่ถือโทษโกรธอาวุโสคุมกฏประจำแท่นบูชาเต่าทมิฬอย่างกัวฉง แต่ยังรู้สึกขอบคุณที่ช่วยเขาตัดปัญหายุ่งยากลำบากใจออกไปได้อย่างสมบูรณ์
“หึ!”
เมื่อดึงสติกลับมาอยู่กับตัว ต้วนหลิงเทียนก็มองจ้องเถียนตงที่กำลังก้าวเข้ามาพร้อมแรงกดดันอย่างไม่กริ่งเกรง สองตาเยียบเย็นกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเฉยชา “ถ้าเจ้าคิดจะหาข้ออ้างกล่าวโทษข้าก็ไม่ต้องห่วงไป! เรื่องที่เจ้าเถียนตงมาที่นี่พร้อมต่งหลินเพื่ออะไร หากไม่ใช่ตัวโง่งมไร้สมองไหนเลยจะไม่รู้”