ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะลอบทอดถอนอยู่ในใจ ทันทีที่ได้ยินเรื่องนี้เขาก็ขจัดความคิดบุกเข้ามาในเรือนจำแล้วชิงตัวเค่อเอ๋อแม่ลูกออกไปทันที
เพราะเขารู้ตัวเองดี
ตอนนี้ต่อให้เขาจะใช้กระบี่นิลสวรรค์ด้วยพลังทั้งหมด ในสภาวะที่พลังเซียนสุริยันถูกเร่งเร้าเพิ่มพูนขึ้นเต็มพิกัดจากผลของปฐมเวทย์กลืนกิน เต็มที่เขาก็ฆ่าได้แค่ตัวตนขอบเขตเซียนสวรรค์ 3เปลี่ยนเท่านั้น
นั่นเพราะพลังทำลายของกระบี่นิลสวรรค์ที่เข้าจ่ายพลังทั้งหมดลงไปนั้น มันก็เทียบได้กับพลังโจมตีของตัวตนขอบเขตเซียนสวรรค์ 4 เปลี่ยนเท่านั้น
ทำให้ถึงแม้เขาจะต้านทานพลังสังหารของค่ายกลระลอกแรกที่ซัดเข้ามาได้ แต่พลังสังหารระลอกที่สองของค่ายกลเขาคงได้ตายคาที่อย่างไร้ซึ่งหนทางต้านทานแน่นอน! ยังไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่สมควรมีค่ายกลสังหารจัดตั้งไว้เป็นสิบๆ
ต้วนหลิงเทียนย่อมรู้พลังของตัวเองดี
‘พลัง! ตอนนี้ข้ายังอ่อนแอเกินไป! ความเร็วในการบ่มเพาะของข้าตอนนี้ยังเชื่องช้าเกินไป!!’
ต้วนหลิงเทียนลอบร่ำร้องในใจ ‘หากข้าสามารถกลืนกินพรสวรรค์รากวิญญาณคนอื่นจนยกระดับให้กลายเป็นรากวิญญาณสีครามกระทั่งสีม่วงได้ล่ะก็…ถึงตอนนั้นความเร็วในการบ่มเพาะของข้าต้องพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด! ต่อให้จะยังมีจุดรอคอยอะไร แต่ด่านพลังของข้าก็ยังสามารถทะลวงผ่านได้ในเวลาอันสั้น!!’
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ประกายตาต้วนหลิงเทียนก็ฉายออกถึงความปรารถนาอันแรงกล้าดั่งเพลิงไฟ