‘ดูเหมือนว่าจะได้เวลาหาหนทางลักลอบออกจากลัทธิบูชาไฟ เพื่อไปดูดกลืนพรสวรรค์รากวิญญาณของคนอื่นข้างนอกแล้ว…’
ต้วนหลิงเทียนเองก็รู้ดีแก่ใจ
ในลัทธิบูชาไฟแห่งนี้ ด้วยกฏเกณฑ์และข้อจำกัดอันมากมาย เขาไม่อาจดูดกลืนพรสวรรค์รากวิญญาณของคนที่มีเรื่องกับเขาได้เลย
เพราะสุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะยินดีลงนามในสัญญาประลองเป็นตายเพื่อขึ้นไปเข่นฆ่ากับเขาบนสังเวียนเป็นตาย
ก็เหมือนกับ เวินเยี่ยน อันดับ 9 ของทำเนียบยอดฝีมือศิษย์ที่แท้จริงครั้งที่แล้ว
เวินเยี่ยนตอนนั้นเรียกว่าคิดแค้นเขาจนแทบอยากจะฉีกร่างเขาเป็นหมื่นๆชิ้น แต่นางก็ไม่กล้าขึ้นสังเวียนเป็นตายเพื่อเข่นฆ่ากันได้อย่างถูกกกฏของลัทธิบูชาไฟ
และนี่ยังไม่รวมถึงเรื่องที่แม้จะประลองเป็นตายกันบนสังเวียนเป็นตายแล้ว เขาก็ไม่อาจดูดกลืนพรสวรรค์รากวิญญาณได้อย่างเปิดเผย!
ผู้ที่ควบคุมดูแลวิหารเป็นตายอย่างเนี่ยสุ้ย อาวุโสเพลิงเงินอันดับ 1 ของลัทธิบูชาไฟ เป็นผู้ที่มีสายตาแหลมคมนัก ตอนนี้ให้เขากางกั้นเขตแดนหมื่นกระบี่ด้วยพลังทั้งหมด ก็ยังไม่อาจปิดกั้นสายตาของอีกฝ่ายได้
ถึงตอนนั้นเกิดอีกฝ่ายเห็นกระบวนการดูดกลืนพรสวรรค์รากวิญญาณขึ้นมาล่ะก็ คราวนี้ได้เกิดเรื่องใหญ่หลวงแน่!
ถึงแม้การที่เขาสามารถดูดกลืนพรสวรรค์รากวิญญาณของคนอื่นได้ จะสืบเนื่องมาจากเวทย์พลังที่เขาเพาะสร้างต้นแบบได้สำเร็จ