าะเหตุใด ใบหน้าของรูปปั้นจึงไม่ปรากฏชัดเจน ราวมี อ านาจไร ้ลักษณ์บางอย่างอ าพรางไว้
นี่น่าจะเป็ นกฎเกณฑ์มหาวิถีในตานาน เกินกว่าอธิบายตีความ
เนื่องด้วยอิทธิพลจากกฎ บุคคลทั่วไปเช่นพวกเขาจึงไร ้ คุณสมบัติพินิจลักษณ์จริงของหมิงหวัง
แต่ทุกคนล้วนสัมผัสแรงกดดันน่าสะพรึงกลัวจากรูปสลักศิลาได้ มันน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าเจ้าแคว้นเสียอีก
“นี่น่าจะเป็ นหนึ่งในเก้าเทพสงครามแห่งต้าเซี่ย หมิงหวัง ผู้เกือบ บรรลุเป็ นเซียน ไปยังภพเซียนได้ส าเร็จ”
อวิ๋นหวงมองรูปสลักอย่างเทิดทูน “น่าเสียดาย เพื่อปกป้ องต้า เซี่ย เขาเข่นฆ่าผู้คนมากมาย จึงมิอาจผ่านเพลิงกรรมและทัณฑ์อัสนี ไปได้”
“เกือบบรรลุเซียนได้หรือ?” เจียงผิงอันเงยหน้าขึ้นมองรูปสลัก หัวใจเต็มไปด้วยความรู ้สึก
นี่ก็เป็ นตัวตนไร ้เทียมทานผู้หนึ่ง
“ข้าจะได้มรดกหมิงหวังมาได้เช่นไร?” จินหลินถามอย่างใจร ้อน
แม้โอกาสการได้มรดกหมิงหวังจะเล็กจ้อย เขาก็ยังอยากลอง
วาทะเพิ่งสิ้นคา สิบวังวนมิติพลันปรากฏตรงหน้า
หนึ่งเสียงอันแผ่วเบาดังขึ้นในทุกคู่โสต
“ในเวลาสามเดือน ผู้ใดเอาชนะภาพฉายของข้าได้ จะได้รับ มรดกไป”
อัจฉริยะทั้งสิบตื่นตะลึง เข้าท้าทายกันอย่างสุดกลั้นทันที
ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงเมิ่งจิงและเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันถามอย่างสงสัย “เหตุใดเจ้าจึงไม่รีบไปท้าทาย?”
เมิ่งจิงกล่าวอย่างไม่สนใจ “ท่านแม่บอกข้าไว้ว่า ภายหน้าข้าจะ ได้มรดกบรรลุเซียนของตระกูล ผู้อาวุโสท่านนี้มิ