“หรือนี่จักเป็นผลข้างเคียงของโอสถต้องห้ามกัน? ข้าเคยได้ยินมาว่าโอสถต้องห้ามล้วนมีผลข้างเคียงอันร้ายแรงทั้งสิ้น หรือว่า…”
“หรือว่าอะไรของเจ้า! ผลข้างเคียงของโอสถต้องห้ามล้วนเกิดหลังมันหมดฤทธิ์แล้วทั้งสิ้น ไฉนจะมีผลข้างเคียงอะไรตั้งแต่ตอนนี้ได้!?”
“ข้าจะไปรู้เรอะ!”
……
ในบรรดาเหล่าศิษย์ชั้นยอด ก็มีบางกลุ่มที่คิดว่าหยางเหวินอาจจะเสียสติ หรือไม่ก็ธาตุไฟเข้าแทรกไปแล้ว
หาไม่แล้วไฉนหยางเหวินถึงได้หัวเราะออกมาเป็นบ้าเป็นหลังในห้วงวิกฤตเช่นนี้ได้?
แถมเวลาแสดงผลของโอสถต้องห้ามใช่ว่าจะดำรงอยู่นาน ไม่ใช่ตอนนี้หยางเหวินสมควรรีบลงมือสังหารต้วนหลิงเทียนให้เร็วที่สุด ก่อนที่ผลของโอสถจะหมดลงหรือไง?
ในสายตาของพวกมันหยางเหวินกำลังใช้เวลาอันมีค่าอย่างเปสียเปล่าไปกับการหัวเราะ!
หากยังหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังต่อไป เดี๋ยวผลของโอสถต้องห้ามได้หมดกันพอดี!
“ศิษย์พี่หยางเหวิน! ท่านรีบลงมือฆ่าต้วนหลิงเทียนเร็วเข้าเถอะ!”
“ท่านจะหัวเราะข้าไม่ว่าหรอก! แต่ท่านช่วยหัวเราะหลังฆ่าต้วนหลิงเทียนแล้วได้หรือไม่! ถึงตอนนั้นท่านจะหัวเราะให้ท้องแตกตายข้าก็ไม่ว่า!!”
“บัดซบ! เจ้ายังมัวหัวเราะหาสวรรค์วิมานอะไร! หากเจ้าเสียสติและตายไปเพราะเหตุนี้บิดาจะนั่งแช่งเจ้าวันละร้อยรอบ! แช่งให้ชาติหน้าเจ้าเกิดเป็นเดียรัจฉานอุบาทว์!!”
……