ทุกย่างก้าวที่ต้วนหลิงเทียนย่ำเข้าหา คล้ายหินใหญ่กระแทกกระทั้นเข้ากลางอกหยวนค่วงอย่างแรง พาลให้ใบหน้ามันซีดลงจนไร้สีเลือด ขณะเดียวกันลมหายใจก็ถี่รัวขึ้นมา หัวใจพลอยเต้นเร็วรี่ขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“จะ…เจ้าจักทำอันใด…นั่นเจ้าคิดจะทำอะไร!?”
เผชิญหน้ากับต้วนหลิงเทียนที่ย่ำอากาศเข้ามา หยวนค่วงได้แต่กอดศพพี่ชายเอาไว้แน่นด้วยความหวาดกลัว
“ทำอะไร? แน่นอนว่าฆ่าเจ้า…”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกเสียงเบาไม่แยแส คล้ายพูดถึงเรื่องราวไม่สลักสำคัญ
“ไม่! เจ้าทำเช่นนี้ไม่ได้! หากเจ้าฆ่าข้าย่อมละเมิดกฏ! คราวนี้ลัทธิบูชาไฟไม่มีทางละเว้นเจ้าแน่!!”
ม่านตาหยวนค่วงหดเล็กลง หน้ามันเสียไปไม่เป็นท่า นอกจากนั้นยามกล่าวกับต้วนหลิงเทียนเสียงยังสั่นเครือนัก!
“ข้าก็ฆ่าพี่ชายเจ้าไปคนแล้วไง หรือนั่นยังไม่ใช่ละเมิดกฏของลัทธิบูชาไฟ?”
ได้ยินวาจาอกสั่นขวัญแขวนด้วยความหวาดกลัวของหยวนค่วง ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มแสยะกล่าวเย้ยออก “จะ 1 หรือ 2 ฆ่าคนก็คือฆ่าคนฆ่าพวกเจ้าพี่น้องทั้งคู่แล้วมันจะต่างกันตรงไหน?”
เปรี๊ยง!!
ได้ยินวาจานี้ของต้วนหลิงเทียน สีหน้าหยวนค่วงแต่เดิมที่ไร้เลือดฝาดบัดนี้เริ่มซีดเผือดหาสีสันไม่เจอด้วยรับทราบดีว่าตอนนี้มันกำลังมีปัญหาหนักแล้ว…
และในช่วงเวลาแห่งความเป็นตายหยวนค่วงที่หน้าซีดเสียขวัญ ในที่สุดก็เลือกจะคุกเข่ากลางอากาศ ทั้งคลานเข่าไปหาต้วนหลิงเทียนอย่างน่าสมเพช