ได้ยินคำถามด้วยเสียงกังวลของหนานกงยี่ต้วนหลิงเทียนพลันดึงสติกลับมาทันที กล่าวตอบไปด้วยน้ำเสียงไม่เป็นอะไร
หลังจากนั้นเขาก็ว่ายตามองทุกคนรอบหนึ่งด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะไปหยุดยังร่างป๋ายลี่หงพร้อมกล่าวแนะนำลี่เฟยออกไปทันที “ศิษย์พี่นี่คือคู่หมั้นของข้าที่เคยเล่าให้ท่านฟัง ลี่เฟย”
“ยินดีที่ได้รู้จักน้องสะใภ้!”
ป๋ายลี่หงแย้มยิ้มอย่างยินดี กล่าวทักทายลี่เฟยอย่างมากอัธยาศัย ในใจยังลอบคิดไป ‘สายตาศิษย์น้องช่างประเสริฐนัก’
“ศิษย์พี่ป๋ายลี่”
ลี่เฟยรีบตอบทันที นางเองก็รู้ดีว่าฐานะของป่ายลี่หงในใจบุรุษของนางไม่ธรรมดาเลย เช่นนั้นนางจึงไม่คิดละเลยอีกฝ่าย
หลังจากกล่าวแนะนำตัวกันแล้ว สายตาของป๋ายลี่หงก็มาหยุดจ้องที่เด็กชายตัวน้อยให้อ้อมแขนลี่เฟยทันที “เด็กน้อยนี่บุตรชายเจ้าหรือ เรียกว่าอะไรเล่า?”
“เนี่ยนเทียน ต้วนเนี่ยนเทียน”
ลี่เฟยกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม
“ฮัยยา ต้วนหลิงเทียน! ยิ่งมาเจ้ายิ่งทำให้ข้าอิจฉาแทบตายแล้ว!”
หนานกงยี่มองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาระราน กล่าวออกด้วยน้ำเสียงประชด “ไม่เพียงพรสวรรค์เจ้าจะฝืนฟ้าท้าทายสวรรค์ แต่เจ้ายังมีภูมิหลังอันยิ่งใหญ่น่ากลัวไปอีก…ซำร้ายเจ้ายังมีฮูหยินงดงามเช่นนี้! นับว่าประสบความสำเร็จในชีวิตยิ่งนัก! พวกเราก็มิใช่ผู้คนเหมือนกันหรือไร ไฉนสวรรค์ลำเอียงดูแลแต่เจ้าดีขนาดนี้เล่า ไม่คิดให้ผู้อื่นมีที่ยืนบ้างหรือไรกัน…”