ในน้ำเสียงของหนานกงยี่นั้นนอกจากประชดด้วยอิจฉาแล้วยังมีความน้อยใจแฝงอยู่
แต่แน่นอนว่ามันเพียงกล่าวหยอกล้อเท่านั้น
แถมสีหน้าท่าทางยามกล่าวยังแลดูตลกนัก ย่อมเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้ไม่ยาก ทำให้บรรยากาศโดยรอบผ่อนคลายลงทันที
“ศิษย์พี่ ลุงเฟิ่ง…พวกท่านคงได้ยินข่าวของข้าบ้างแล้ว ตอนนี้ที่ข้ากลับมาก็ไม่มีอะไรมาก ข้าคิดพาทุกคนไปยังตำหนักเมฆาคราม…เทียบกับตระกูลซือถูแล้ว ว่ากันตรงๆที่ตำหนักเมฆาครามนับว่ามีสภาพแวดล้อมดีกว่ามาก แถมยังปลอดภัยกว่ามากอีกด้วย”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวจุดประสงค์การมาครั้งนี้ออกมาตรงๆ
“ไปที่ตำหนักเมฆาครามหรือ?”
ได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน ไม่ว่าจะเป็นคู่แฝดหนานกง หรือเฉินเฉ่าช่วยก็ทำตาลุกวาวขึ้นมาทันที
มีคำกล่าวที่ว่า ‘น้ำไหลลงต่ำคนขวนขวายขึ้นที่สูง’ หากมีสิ่งที่ดียิ่งกว่าไหนเลยพวกมันจะไม่ต้องการ?
การไปยังตำหนักเมฆาครามนั่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นการยกระดับพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่าสำหรับพวกมัน!
“ศิษย์พี่ ลุงเฟิ่ง แล้วพวกท่านว่าอย่างไรบ้าง?”
ต้วนหลิงเทียนรู้ได้ทันทีว่าทุกคนยินดีไม่น้อยเรื่องไปยังตำหนักเมฆาคราม สหายของเขาทั้งหลายยังถึงกับยินดีออกนอกหน้าออกตา จึงหันไปมองถามความเห็นกับเฟิ่งหวู่เต้าและป๋ายลี่หงทันที
“ข้าเห็นด้วย”
ป๋ายลี่หงยิ้มกล่าว
สำหรับมันแล้วในแดนดินนี้ที่ใดก็คงดีไม่เท่าตำหนักเมฆาครามแน่นอน…
“ข้าไม่ขัดข้องอะไร…แต่หากเทียนหวู่ย้อนกลับมา…”